สตูลปลูกขมิ้น สมุนไพรข้างบ้าน สร้างสุขทุกวัย ไกลโรคเสริมรายได้
จากการที่ประเทศไทยได้ก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ทำให้สังคมชุมชนได้เตรียมความพร้อมในการรองรับ ให้พวกเขาเหล่านั้นใช้ชีวิตอยู่อย่างมีความสุข ทั้งกายใจ สังคมและมีรายได้ควบคู่ไปด้วย
อย่างเช่นผู้สูงอายุที่บ้านเขาน้อย หมู่ที่ 3 ตำบลย่านซื่อ อำเภอควนโดน จังหวัดสตูล ทุกๆวันจะออกมาดูแลสมุนไพรข้างบ้านที่พวกเขาได้ปลูกไว้ เพื่อรดน้ำ กำจัดวัชพืช ซึ่งเป็นภาพที่หาดูได้ในชุมชนแห่งนี้ โดยเกือบทุกบ้านจะมีการนำต้นขมิ้นซึ่งเป็นสมุนไพรยอดนิยมของชุมชน มาปลูกวางเรียงรายข้างหน้าบ้าน บางรายปลูก 400 ถึง 500 ต้นในถุงปุ๋ยจากสรรพคุณสมุนไพรชนิดนี้ นอกจากจะนำมาไว้ทานเองที่บ้านแล้ว ยังสามารถนำมาแปรรูปเป็นลูกประคบ น้ำมันเหลืองสมุนไพรขมิ้นได้ด้วย
นายฑิฆัมพร โย๊ะฮาหมาด ผู้ใหญ่บ้านเขาน้อย บอกว่า นอกจากเป็นการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์แล้ว ยังเป็นการออกกำลังกายไปในตัว และสร้างความสุขและรายได้เฉลี่ยเดือนละ 2-3,000 บาท จากการนำหัวขมิ้นที่อายุ 10-12 เดือน ที่พบว่าเริ่มให้สารอาหารทางยา สามารถเก็บผลผลิตไปส่งขายให้กับ “เครือข่ายวิสาหกิจชุมชนสมุนไพรจังหวัดสตูล” โดยผลสดขายกิโลกรัมละ 25 บาท ซึ่งใน 1 กอมีน้ำหนักไม่น้อยกว่า 2 กิโลกรัม สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรผู้ปลูกสมุนไพรชนิดนี้ ไว้ข้างบ้านได้เลยทีเดียว
นายสมเกียรติ หมัดอะดัม ประธานกลุ่มเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนสมุนไพรจังหวัดสตูล บอกว่า สมุนไพรขมิ้นที่ทาง “เครือข่ายวิสาหกิจชุมชนสมุนไพรจังหวัดสตูล” ซึ่งตั้งอยู่ในชุมชนนี้ เกิดจากความร่วมไม้ร่วมมือของผู้สูงอายุในชุมชน เป็นจุดรับมาเพื่อแปรรูปด้วยการทำความสะอาดขมิ้นให้ปราศจากดินปนเปื้อน แล้วนำไปต้มในน้ำเดือดเพื่อฆ่าเชื้อ จากนั้นนำขมิ้นเข้าตู้อบพลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อส่งขายต่อให้กับคณะเภสัชกรรม ของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ นำไปปรุงเป็นยารักษาโรคต่อไป โดยได้ในราคากิโลกรัมละ 240 บาท โดยแต่ละปีสามารถส่งผลผลิตขายได้ทั้งผลสด 2 ตัน และแห้ง 200 กิโลกรัม โดยมีเครือข่าย 15 วิสาหกิจชุมชนในพื้นที่จังหวัดสตูลเข้ามาร่วมด้วย และนอกจากสมุนไพรจากขมิ้นแล้ว ยังสมุนไพรเพชรสังฆาต (สรรพคุณแก้ริดสีดวง) และฟ้าทะลายโจร (สรรพคุณรักษาโควิด19) ส่งไปปรุงเป็นยาด้วย ซึ่งเครือข่ายจะเน้นการปลูกแบบประณีตไร้สารเคมีปนเปื้อน
นางวรรณนภา คงเคว็จ เกษตรอำเภอควนโดน กล่าวว่า โจทย์ใหญ่ของการรวมกลุ่มของหมู่บ้านและชุมชนแห่งนี้ ต้องการเห็นคนในหมู่บ้านมีสุขภาพแข็งแรง โดยใช้สมุนไพรดูแลตัวเอง ปลอดโรค ทุกคนมีความรู้ในการใช้สมุนไพร พร้อมเชิญชวนให้ทุกบ้านมาปลูกสมุนไพร เพราะยังสามารถสร้างรายได้เสริมได้อีกด้วย โดยมีหน่วยงานภาครัฐหลายหน่วยที่เห็นความสำคัญก็พร้อมเข้ามาสนับสนุนและส่งเสริม ทั้งความรู้และปัจจัยการผลิต หากมีการรวมตัวทำกันอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นการสร้างความมั่นคงและยั่งยืนในทุกมิติ