ปลัดกระทรวงทรัพย์ฯเดินทางมากระบี่ร่วมภาคีเครือข่าย 9 จังหวัด จัดกิจกรรมอนุรักษ์ระบบนิเวศป่าชายเลน
วันที่ 26 กรกฎาคม 2566 เวลา 11.30 น.ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่า ที่บ้านต้นทัง หมู่ที่ 7 ตำบลคลองยาง อำเภอเกาะลันตา จังหวัดกระบี่ นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้เดินทางมา เป็นประธานเปิดกิจกรรมวันสากลเพื่อการอนุรักษ์ระบบนิเวศป่าชายเลน เนื่องในวันป่าชายเลนโลก ภายใต้คำขวัญ ป่าชายเลนสร้างชีวิตสร้างคาร์บอนเครดิตลดวิกฤติโลกร้อน ซึ่งตรงกับวันที่ 26 กรกฎาคม ของทุกปี มีนายภาสกร บุญญลักษม์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ นายอภิชัย เอกวนากุล รักษาราชการแทนอธิบดีกรมทัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ร่วมกับชุมชนจังหวัดกระบี่ และภาคีเครือข่ายพันธมิตรจัดกิจกรรมดังกล่าวขึ้น ซึ่งมีหัวหน้าส่วนราชการระดับจังหวัด อำเภอ ชุมชน และท้องถิ่น รวมถึงผู้แทนสมาชิกป่าชายเลนสำหรับชุมชนจากพื้น 9 จังหวัด มีจังหวัดระนอง จังหวัดภูเก็ต จังหวัดพังงา จังหวัดชุมพร จังหวัดสุราษฎร์ธานี จังหวัดนครศรีธรรมราช จังหวัดตรัง จังหวัดสตูล และจังหวัดกระบี่ เข้าร่วมจำนวน 500 คน
ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวมีการมอบเข็มเครื่องหมายเชิดชูเกียรติยศยิ่งรักทะเลยิ่งชีพ ให้กับนายภาสกร บุญญลักษม์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ และนายนพรัตน์ ศรีพรหม นายอำเภอเกาะลันตา การมอบหนังสืออนุมัติโครงการปลูกป่าชายเลนเพื่อประโยชน์จากคาร์บอนเครดิต สำหรับชุมชนแก่ผู้แทนชุมชนในพื้นที่ภาคใต้ 9 จังหวัด จำนวน 39 ชุมชน และเงินสนับสนุนจากบริษัทสยามทีซีเทคโนโลยีจำกัด ชุมชุนละ 200,000 บาท นอกจากนี้มีนิทรรศการให้ความรู้เกี่ยวกับ ระบบนิเวศวิทยาในพื้นที่จังหวัดกระบี่ ในประเทศไทย และของโลก เรื่องคนอาศัยอยู่กับป่าและหากินอยู่กับผืนป่าชายเลนอย่างยั่งยืน การแสดงผลิตภัณฑ์ที่ได้มาจากผืนป่าชายเลน โดยที่ไม่ทำลายทรัพยากรและระบบนิเวศของผืนป่านอกจากนั้นเป็นการปลูกต้นไม้โกงกางเช่น ต้นถั่วขาว ต้นโกงกางใบเล็กและใบใหญ่ ในเนื้อที่ 3 ไร่ ของแปลงปลูกป่าโครงการปลูกป่าชายเลน เพื่อประโยชน์จากคาร์บอนเครดิต ที่บ้านต้นทัง หมู่ที่ 7 ตำบลคลองยาง อำเภอเกาะลันตา จังหวัดกระบี่
ต่อมา นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้กล่าวว่า ประเทศไทยมีพื้นที่ป่าชายเลนมากเป็นอันดับต้นๆของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นระบบนิเวศที่มีความหลากหลายทางชีวิภาพสูง ไม่เพียงสามารถนำมาใช้ประโยชน์ในฐานะแหล่งอาหาร ยา พลังงาน และยังสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนในพื้นที่ อีกทั้งเป็นแหล่งดูดซับก๊าซบอนไดออกไซด์จากวิกฤติโลกร้อนที่เกิดขึ้นทั่วโลก ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศป่าชายเลนทั้งทางตรงและทางอ้อม ประเทศไทยจึงเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าว โดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ประกาศเจตนารมณ์ที่จะยกระดับการแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างเต็มที่ด้วยทุกวิถีทาง เพื่อบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี ค.ศ. 2050 และบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนประจกสิทธิเป็นศูนย์ได้ในปี ค.ศ. 2565
โดยเฉพาะการเดินหน้าส่งเสริมการปลุกป่าเพื่อพัฒนากลไกลตลาดคาร์บอนเครดิต ให้เป็นรูปธรรมผ่านความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการแก้ปัญหาวิกฤติการณ์โลกร้อน พร้อมมอบหมายให้กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง จัดทำโครงการปลูกป่าชายเลนเพื่อประโยชน์จากคาร์บอนเครดิต สำหรับบุคคลภายนอก ชุมชนและภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง รวมถึงภาคประชาชนที่เป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนโครงการดังกล่าวให้ประสบความสำเร็จ
นายจตุพร กล่าวอีกว่า เป้าหมายที่ทุกคนอยากเห็นคือการเพิ่มขึ้นของพื้นที่ป่าชายเลน กิจกรรมในวันนี้เป็นจุดเริ่มต้นของการฟื้นฟูทรัพยากรป่าชายเลนให้กลับมาสมบูรณ์อีกครั้ง ผ่านกระบวนการประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ และเข้าใจเกี่ยวกับการเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมในโครงการปลูกป่าชายเลนเพื่อประโยชน์จากคาร์บอนเครดิต ตลอดจนเสริมสร้างพลังของพี่น้องประชาชนเพิ่มแรงผลักดันให้ทุกภาคส่วน หันมาใส่ใจในการสนับสนุนโครงการดังกล่าวที่เกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์และฟื้นฟูระบบนิเวศป่าชายเลน ให้เกิดความสมดุลและยั่งยืนต่อไป