จ่อเรียกประชุม 82 สหกรณ์เจ้าหนี้บินไทย วางมาตรการรับมือ 19 พ.ค.นี้
ปธ.สันนิบาตสหกรณ์ฯ ย้ำสหกรณ์ทุกแห่งเร่งชี้แจงสมาชิก มูลหนี้การบินไทย กว่า 4.2 หมื่นล้านบาท ไม่สูญ อย่าตื่นตระหนกแห่ถอนเงิน จ่อเรียกประชุม 82 สหกรณ์เจ้าหนี้ วางมาตรการรับมือ 19 พ.ค.นี้
เมื่อวันที่ 16 พ.ค. ที่ชุมนุมสหกรณ์ออมทรัพย์แห่งประเทศไทย (ชสอ.) จ.นนทบุรี นายปรเมศวร์ อินทรชุมนุม อธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญาธนบุรี และประธานกรรมการดำเนินการสันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย (สสท.) เปิดเผยว่า ได้เชิญชุมนุมสหกรณ์ออมทรัพย์แห่งประเทศไทย ประชุมหารือเพื่อวางมาตรการดูแล สหกรณ์ออมทรัพย์ 82 แห่ง ที่นำเงินไปลงทุนซื้อหุ้นกู้ และหุ้นสามัญ ของบริษัทการบินไทย มูลค่ากว่า 4.2 หมื่นล้านบาท โดย ชสอ. จะเตรียมสำรองเงินสดไว้ให้สหกรณ์เหล่านั้นกู้ยืม ในกรณีสมาชิกต้องการถอนเงินฝาก เพื่อไม่ให้กระทบกับการดำเนินธุรกรรมของสหกรณ์นั้นๆ
“สหกรณ์ออมทรัพย์ 82 แห่ง เป็นสหกรณ์ที่มีเงินเหลือ และนำเงินลงทุนตามกฏหมายของกระทรวงการคลัง มีสภาพคล่องปกติ แต่เพื่อรองรับผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นหากสมาชิกไม่เข้าใจ สถานการณ์ของการบินไทย จึงเตรียมเงินไว้กู้ยืม ให้สหกรณ์ดูแลสมาชิกที่มาถอนเงิน โดยในวันอังคาร ที่ 19 พ.ค.นี้ จะเชิญสหกรณ์ออมทรัพย์ทั้ง 82 แห่ง มาประชุมที่ ชสอ. เวลา 09.30 น. เพื่อวางแนวทางรับมือร่วมกัน”นายปรเมศวร์ กล่าว
ทั้งนี้ ในที่ประชุมวันอังคารนี้ จะสอบถามตรวจสอบ แต่ละสหกรณ์มีปัญหาอะไร เพื่อจะรวมกันช่วยเหลือ คาดว่าไม่มีปัญหาสภาพคล่อง เพราะทุกแห่งใช้เงินเหลือ ไปซื้อหุ้นกู้ ที่กระทรวงคลัง อนุญาต และสหกรณ์ทุกแห่ง ที่ซื้อหุ้นกู้เพราะต้องการนำเงินไปลงทุนและเป็นการช่วยการสายบินแห่งชาติ ทั้งนี้หากมีสหกรณ์ใดมีปัญหาขาดสภาพคล่อง ทาง ชสอ. มีเงินทุน กว่าแสนล้านบาทพร้อมเข้าไปช่วยเหลือได้ทันที
“ต้องรอฟัง รัฐบาล ดำเนินการอย่างไรกับการบินไทย หากใช้แผนฟื้นฟูนอกระบบ เราพร้อมจะคุย พร้อมสนับสนุน ประนอมหนี้ เพื่อฟื้นฟูกันเอง ไม่ต้องเข้าแผนล้มละลาย หากเข้าแผนกระบวนการกฏหมาย ของศาลล้มละลาย จะเกิดผลดีอย่าง เจ้าหนี้ ไม่สามารถฟ้องการบินไทย และทำให้การฟื้นฟู ทำได้ตามแผน เราพร้อมสนับสนุน ตั้งคณะทำงาน เข้าไปดูแล จะคล้ายกับ กรณีฟื้นฟูการขาดทุนของบริษัททีพีไอ ที่ใช้เวลา 6 ปี สามารถฟื้นมาเป็นบริษัทชั้นนำ ถ้าทำกันจริง โดยการบินไทย ที่ผ่านมามีปัญหากระทบเรื่องราคาน้ำมัน ที่ควบคุมไม่ได้ และการขายตั๋ว ที่ต้องใช้บริษัทเอเจนซี ได้ค่าส่วนต่างไปมาก น่าจะทำลักษณะโฮดิ้งคอมปานี มีบริษัทลูก มาดำเนินการขายตั๋วเอง จะแข่งขันกับสายบินโลว์คอสได้ เพราะราคาตั๋วที่การบินไทย ได้รับใกล้เคียงกับราคาสายการบินโลว์คอส ดังนั้นการฟื้นฟูการบินไทย ทำได้หากทำกันจริง จะมีสถานะมั่นคงขึ้นได้ ซึ่งได้ให้สหกรณ์ทุกแห่งไปทำความเข้าใจ กับสมาชิก3ล้านคน ไม่ต้องตกใจให้เกิดความเชื่อมั่น ไม่ควรรีบถอนเงิน หนี้หุ้นกู้ หุ้นสามัญ ไปลงทุนในการบินไทย กว่า 4.2 หมื่นล้านบาท ไม่สูญไม่ต้องวิตกกังวล"ประธานกรรมการดำเนินการ สสท. กล่าว
นอกจากนี้ มูลหนี้ของการบินไทยกว่า 2.2 แสนล้านบาท เราแปลกใจ ทำไมมาพูดเฉพาะหนี้สหกรณ์ แต่อีกแสนกว่าล้านบาท ทำไม่พูด ที่ไปกู้กองทุน อื่นๆ ของรัฐบาล ดังนั้น ยืนยันว่าขบวนการสหกรณ์ ต้องอยู่ได้ ไม่ล้ม
สำหรับสถานะสหกรณ์ออมทรัพย์พนักงานการบินไทย จำกัด สมาชิกได้ถอนเงินไปกว่าหมื่นล้านบาท แต่สภาพคล่องยังปกติ ส่วนสหกรณ์ที่กู้เงินจากสหกรณ์ออมทรัพย์พนักงานการบินไทย จำกัด จะไม่เรียกเงินกู้คืน ทำให้สหกรณ์นั้นๆ ดำเนินธุรกรรมปกติ สภาพคล่อง จึงขอเรียนสมาชิก อย่าตื่นตระหนก ถ้าเข้าสู่ระบบ รัฐบาลไปดูแลการบินไทย จะไม่มีปัญหา
“กรณีครบดิว การบินไทย จะต้องชำระหนี้ ให้กับสหกรณ์ ช่วงเดือ ส.ค-ก.ย. เชื่อว่าการบินไทยน่าจะจ่ายได้ และสหกรณ์ ปิดบัญชีไปหมดแล้ว ต้องไปดูบัญชีปีหน้า ซึ่งในการประชุมวันที่ 19 พ.ค.นี้จะดูหนี้สหกรณ์ทั้งระบบ ครบดิวเมื่อไหร่ ขอดูรายละเอียด ก่อนที่จะตั้งเกณฑ์สงสัยหนี้จะสูญ อาจมีผลกระทบบ้าง ในการชำระหนี้ปี64ของการบินไทย”นายปรเมศวร์ กล่าว
เมื่อถามว่ากรณีสหกรณ์ออมทรัพย์ 15 แห่ง ที่ลงทุนในการบินไทย มีสภาพคล่องต่ำกว่า 10% นายปรเมศวร์ กล่าวว่า จะขอให้สหกรณ์ 82 แห่ง เปิดเผยงบประจำเดือน ผลประกอบการ รายเดือนทั้งหมด เพราะที่ผ่านมาสมาชิกไม่เห็นตัวเลขนี้ อย่างไรก็ตามถ้าการบินไทย เข้าแผนฟื้นฟู จะชำระหนี้คืน ระหว่างทางได้ เช่นการฟื้นฟูบริษัทพีทีไอ ชำระหนี้ ระหว่างทุกปี จนปลดจากฟื้นฟู ปีที่ 6 ส่วนการบินไทย ต้องดูแผนฟื้นฟู ทำอย่างไร เพื่อมีทางออกให้กับสหกรณ์ คาดว่ามีผลกระทบปีหน้า หากไม่ชำระหนี้คืน แต่จะกระทบไม่มาก