กสก. รุกรณรงค์เกษตรกรปลอดการเผา แนะ 7 ทางเลือกทดแทน

เกษตร27 เม.ย. 2563 • 08:54 น.
กสก. รุกรณรงค์เกษตรกรปลอดการเผา แนะ 7 ทางเลือกทดแทน
กรมส่งเสริมการเกษตร เร่งดำเนินงานรณรงค์ขยายผลเกษตรกรปลอดการเผาในพื้นที่เกษตร พร้อมทั้งสาธิตเทคโนโลยีการเกษตร ในการจัดการพื้นที่เกษตร ทดแทนการเผา เช่น การไถกลบตอซังและฟางข้าว ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 10 และ PM 2.5 กลายเป็นปัญหาระดับชาติ ซึ่งเกิดจากหลายสาเหตุ ในเมืองใหญ่ เกิดจากการคมนาคมขนส่งเป็นหลัก และควันพิษจากโรงงานอุตสาหกรรม ภาคเหนือ สาเหตุหลัก คือการเผาป่า การเผาเศษวัสดุทางการเกษตรเพื่อเตรียมพื้นที่เพาะปลูกพืช จังหวัดที่มีพื้นที่การเกษตรมาก ส่วนใหญ่เกิดจากการเผาในพื้นที่เกษตร เพื่อเตรียมพื้นที่เพาะปลูกในฤดูถัดไป จากสาเหตุดังกล่าวส่งผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อสภาพอากาศ จะเห็นได้ว่าในปัจจุบันช่วงฤดูร้อนอุณหภูมิจะสูงขึ้นเรื่อยๆ ชั้นบรรยากาศขมุกขมัว เต็มไปด้วยฝุ่นละออง นางปาลลิน พวงมี ผู้อำนวยการกองส่งเสริมโครงการพระราชดำริ การจัดการพื้นที่และวิศวกรรมเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า กรมส่งเสริมการเกษตร ได้รับโจทย์จากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้ช่วยเร่งสร้างการรับรู้ให้พี่น้องเกษตรกรตระหนักถึงคุณประโยชน์ที่จะได้รับจากการหยุดเผาและผลเสียของการเผาในพื้นที่เกษตร ดังนั้น ในปี 2563 นี้ กองส่งเสริมโครงการพระราชดำริ การจัดการพื้นที่และวิศวกรรมเกษตร ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบหลัก จึงได้กำหนดแนวทางและกระบวนการสร้างการรับรู้ให้ถึงกลุ่มเกษตรกรเป้าหมายในพื้นที่ดำเนินการ 42 จังหวัดทั่วประเทศ ได้แก่ 10 จังหวัดภาคเหนือตอนบน 26 จังหวัดที่มีข้อมูลจุดความร้อนในพื้นที่เกษตรสูง และ 6 จังหวัดกรุงเทพฯและปริมณฑล ในหลายช่องทาง โดยผ่านการดำเนินงานของเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรระดับจังหวัด/อำเภอ และเกษตรกรเครือข่าย ซึ่งคาดหวังว่าวิธีการกระตุ้นสร้างการรับรู้ของเกษตรที่กล่าวมาข้างต้น จะช่วยให้เกษตรกรรู้ถึงพิษภัยที่เกิดจากการเผาในพื้นที่เกษตร ทั้งต่อตนเอง ต่อคนในครอบครัว ญาติพี่น้อง และประชาชนทั่วไป สำหรับแนวทางส่งเสริมเกษตรทดแทนการเผา เรามีทางเลือกในหลายรูปแบบตามความเหมาะสมกับสภาพพื้นที่และสังคม ให้เกษตรกรและชุมชนเลือกนำไปใช้ เช่น 1.การไถกลบ เพื่อช่วยให้เกิดการย่อยสลายเศษวัสดุการเกษตร เพิ่ออินทรียวัตถุให้ดิน 2.ทำปุ๋ยหมักใช้ในไร่นา ลดการพึ่งพาปัจจัยจากภายนอก 3.ทำอาหารสัตว์ เช่น นำฟางมาอัดฟ่อน หรือหมักเป็นอาหารสัตว์ 4.ทำพลังงานทดแทน เช่น ซังข้าวโพดเป็นถ่านชีวมวล ใบอ้อยม้วนอัดใช้เป็นเชื้อเพลิง 5.ใช้เป็นวัสดุเพาะปลูก เช่น ส่งเสริมให้เพาะเห็ดฟาง เพิ่มรายได้ 6.คลุมโคนต้นพืช/แปลงผัก รักษาความชื้นในดิน และะย่อยสลายกลายเป็นปุ๋ยให้กับพืช 7.ส่งเสริมการปลูกไม้ผลไม้ยืนต้นบนพื้นที่สูง เพื่อลดการเศษซากข้าวโพดหลังเก็บเกี่ยว ทั้งนี้ ทางกรมส่งเสริมการเกษตรขอความร่วมมือให้เกษตรกร หยุดการเผาในพื้นที่เกษตร และพื้นที่โล่งแจ้ง เพื่อช่วยกันอนุรักษ์ดิน น้ำ สิ่งแวดล้อม สภาพระบบนิเวศน์ในไร่นา รักษาสมดุลทางธรรมชาติ จะช่วยให้การทำการเกษตรลดการพึ่งพาปัจจัยจากภายนอก หันมาใช้ประโยชน์จากสิ่งที่มีอยู่ในไร่นาให้เกิดประโยชน์สูงสุด ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อความมั่นคงและยั่งยืนในอาชีพเกษตรของพี่น้องเกษตรกรต่อไป