ศมข.กาฬสินธุ์ เป็นพี่เลี้ยงกลุ่มนาแปลงใหญ่ หมู่ 1 ตำบลหนองห้าง ส่งเสริมผลิตข้าวสู่มาตรฐานอินทรีย์
วันที่ 16 ธ.ค.64 นายสังข์ทอง มะลิซ้อน ประธานกลุ่มนาแปลงใหญ่ หมู่ 1 ตำบลหนองห้าง อำเภอกุฉินารายณ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ (ผู้ผลิตข้าวอินทรีย์เกษตรรวมใจ) กล่าวว่า ก่อตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ.2560 เกษตรกรมีความต้องการใบรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ เพื่อพัฒนาสู่การแปรรูป เป็นอาหารเพื่อสุขภาพและปลอดภัยต่อผู้บริโภค ให้มีมูลค่ามากขึ้น จึงสมัครเข้าร่วมโครงการส่งเสริมการผลิตข้าวอินทรีย์ 1 ล้านไร่ ในปี 2561 กลุ่มมีความต้องการลดต้นทุนการผลิตข้าว รวบรวมขายผลผลิตโดยมีตลาดรองรับที่แน่นอน และมีเงินทุนสำรองในการบริหารงานของกลุ่ม ภายใต้การบูรณาการของหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน จึงสมัครเข้าร่วมโครงการระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่ เกษตรกร 38 ราย พื้นที่ 379 ไร่ ซึ่งได้รับงบประมาณสนับสนุนโครงการ ในปี 2562
ต่อมาได้มีการจดทะเบียนจัดตั้งเป็นศูนย์ข้าวชุมชน และจดทะเบียนเป็นวิสาหกิจชุมชน ต่อมาในปี 2563 กลุ่มแปลงใหญ่ได้สมัครเข้าร่วมโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด เพื่อพัฒนาการผลิตของกลุ่มให้มีประสิทธิภาพและลดต้นทุนการผลิต ลดแรงงาน ประหยัดเวลา สามารถรวบรวมผลผลิตของสมาชิกเพื่อรวมขาย และสามารถจัดการการเก็บเกี่ยวผลผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวให้มีคุณภาพ พัฒนาแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่า ทำให้กลุ่มมีรายได้เป็นเงินทุนสำหรับดำเนินการขับเคลื่อนงานแปลงใหญ่จากการให้บริการเครื่องจักรกล สมาชิกกลุ่มมีรายได้มากขึ้น ชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน
นอกจากนั้น กลุ่มมีการทำเกษตรแบบผสมผสาน โดยการปลูกผักสวนครัวตามคันนาของสมาชิก ปลูกไว้กินเองเหลือกินก็ขายให้คนในชุมชน เป็นการลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ในฤดูหลังนา (หน้าแล้ง) สมาชิกจะรวมกลุ่มปลูก พริก ต้นหอม ผักชี มะเขือ คะน้าน้ำเต้า ผักบุ้ง แมงลัก ณ พื้นที่หลังที่ทำการกลุ่มและมีน้ำในสระเก็บน้ำ รายได้จากการขายผักเป็นของสมาชิกไม่มีการหักเข้ากลุ่ม นอกจากนี้ยังมีการปลูกมะม่วง ฝรั่ง แก้วมังกร และหน่อไม้
นางสาวศกลวรรณ อรัณยะนาค นักวิชาการเกษตรชำนาญการ ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวกาฬสินธุ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวกาฬสินธุ์ สนับสนุนส่งเสริม ให้คำปรึกษาและอบรมให้ความรู้แก่สมาชิก เช่น การบริหารจัดการกลุ่ม, การผลิตเมล็ดพันธุ์ดี, วิธีการลดต้นทุนและเพิ่มผลผลิตข้าว, การผลิตข้าวสู่มาตรฐานอินทรีย์ และ GAP, ระบบควบคุมภายใน (ICS) ของอินทรีย์ และ GAP แบบกลุ่ม, การจัดทำกองทุนเมล็ดพันธุ์ ไว้ให้สมาชิกกู้ยืมในยามขาดแคลน เป็นต้น นอกจากนั้นกลุ่มยังได้ร่วมกันผลิตปุ๋ยหมักชีวภาพใช้ภายในกลุ่ม โดยมีเจ้าหน้าที่จากสถานีพัฒนาที่ดินจังหวัดกาฬสินธุ์ให้ความรู้และสนับสนุนปัจจัยการผลิตและมีคณะอาจารย์จากมหาวิทยาลัยขอนแก่นทำการศึกษาวิจัยพืชสมุนไพรในท้องถิ่นและข้าวพื้นเมืองเพื่อพัฒนาแปรรูปเป็นเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพและอาหารปลอดภัย โดยมีเจ้าหน้าที่จากสาธารณสุขจังหวัดกาฬสินธุ์ ให้ความรู้และอบรมเรื่องมาตรฐานการผลิตอาหารปลอดภัย ซึ่งสมาชิกทุกคนจึงต้องรับรู้ถึงเป้าหมายและปฏิบัติตามกฎระเบียบข้อบังคับที่คณะกรรมการได้ร่วมกันกำหนดไว้เพื่อเป็นแนวทางในการบริหารงานภายในกลุ่มให้ดำเนินไปสู่เป้าหมายในทุกขั้นตอน และมีส่วนร่วมในทุกกิจกรรม ร่วมกันคิด ร่วมกันพัฒนาอาชีพ หยิบเอาทรัพยากรที่มีในท้องถิ่นมาเพิ่มมูลค่า สร้างงาน สร้างธุรกิจในชุมชนให้เข้มแข็ง ที่สำคัญคือให้สมาชิกและเกษตรกรในชุมชนมีสุขภาพแข็งแรง มีรายได้ที่มั่นคงและพึ่งตนเองได้อย่างยั่งยืน
นอกจากนี้ ในปี 2564 ได้รับการสนับสนุน วัสดุ ครุภัณฑ์ทางการเกษตร จากโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด รายละเอียดดังนี้ 1.รถแทรกเตอร์ ขนาดไม่น้อยกว่า 50 แรงม้า พร้อมอุปกรณ์ต่อพ่วง ได้แก่ (ใบมีดดันหน้า, ผานพรวน, จอบหมุน (โรตารี่) จำนวน 1 ชุด 2.เครื่องอัดฟาง จำนวน 1 เครื่อง 3.รถเกี่ยวนวดข้าว ขนาดไม่น้อยกว่า 80 แรงม้า พร้อมรถลากรถเกี่ยว (เทรลเลอร์) จำนวน 1 ชุด 4.เครื่องชั่ง แบบดิจิตอล ขนาด 200 กิโลกรัม จำนวน 1 เครื่อง นำมาพัฒนากลุ่ม ช่วยลดการใช้แรงงานคนที่หายาก ทำให้ผลผลิตมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นอีกด้วย