สภาพอากาศเอื้อ!! 3 หน่วยฝนหลวงฯ ขึ้นบินช่วยดับไฟป่า-พื้นที่เกษตร
สภาพอากาศเอื้ออำนวย!! 3 หน่วยปฏิบัติการฯ วางแผนบินช่วยเหลือพื้นที่เกิดไฟป่าหมอกควัน พื้นที่การเกษตร และพื้นที่ลุ่มรับน้ำ
เทื่อวันที่ 29 ก.พ. นายปนิธิ เสอมวงษ์ รองอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ด้านปฏิบัติการ เปิดเผยว่า จากการคาดหมายลักษณะอากาศของกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่า ขณะนี้ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนขึ้นในช่วงกลางวัน แต่ยังมีอากาศเย็นในช่วงเช้า ซึ่งลักษณะดังกล่าวส่งผลให้ปัญหาฝุ่นละอองและหมอกควันยังคงปกคลุมในพื้นที่ภาคเหนือ ส่วนพื้นที่ภาคตะวันออกและภาคกลาง ได้รับอิทธิพลจากลมตะวันออกเฉียงใต้หรือลมใต้ ส่งผลให้ในพื้นที่ดังกล่าวมีความชื้นปกคลุม และมีโอกาสมีเมฆธรรมชาติเกิดขึ้นได้มากขึ้น รวมทั้งทำให้ปัญหาฝุ่นละอองในอากาศบริเวณพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล
มีแนวโน้มลดน้อยลง สำหรับพื้นที่ภาคใต้ มีลมตะวันออกพัดปกคลุมกำลังอ่อนลง ส่งผลให้มีฝนตกปริมาณเล็กน้อย ร้อยละ 10 ของพื้นที่
ด้านผลปฏิบัติการฝนหลวงเมื่อวานนี้ (28 ก.พ.2563) กรมฝนหลวงและการบินเกษตร มีการขึ้นบินปฏิบัติการ จำนวน 2 หน่วยฯ ได้แก่ หน่วยฯ จ.ระยอง และหน่วยฯ หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ทำให้มีฝนตกบริเวณพื้นที่การเกษตรบางส่วนของ จ.ตราด จันทบุรี ชลบุรี ระยอง เพชรบุรี ราชบุรี บริเวณพื้นที่ไฟไหม้ป่า จ.เพชรบุรี และสามารถเพิ่มปริมาณน้ำเก็บกักในพื้นที่ลุ่มรับน้ำอ่างเก็บน้ำ จำนวน 6 แห่ง
สำหรับการติดตามสภาพอากาศเพื่อวางแผนการปฏิบัติการฝนหลวงในวันนี้ บริเวณพื้นที่ภาคเหนือ จากการตรวจวัดสภาพอากาศของสถานีเรดาร์อมก๋อย จ.เชียงใหม่ และสถานีเรดาร์ร้องกวาง จ.แพร่ พบว่า มีความชื้นสัมพัทธ์ที่ระดับการเกิดเมฆ 73% (อมก๋อย) 89% (ร้องกวาง) ความชื้นสัมพัทธ์ที่ระดับการพัฒนาตัวของเมฆ 41% (อมก๋อย) 70% (ร้องกวาง) ค่าดัชนีการยกตัวของอากาศ 7.5 (อมก๋อย) 8.0 (ร้องกวาง) และความเร็วลมที่ระดับการเกิดเมฆ 16 กม./ชม. (อมก๋อย) 23 กม./ชม. (ร้องกวาง) หน่วยปฏิบัติการฯ จ.พิษณุโลก จึงวางแผนขึ้นบินช่วยเหลือพื้นที่ประสบปัญหาไฟป่าและหมอกควัน จ.แพร่ พื้นที่เกษตร จ.แพร่ และอุตรดิตถ์ และพื้นที่ลุ่มรับน้ำเขื่อนสิริกิติ์
ด้านพื้นที่ภาคตะวันออก จากการตรวจวัดสภาพอากาศของสถานีเรดาร์สัตหีบ จ.ระยอง พบว่า มีความชื้นสัมพัทธ์ที่ระดับการเกิดเมฆ 82% ความชื้นสัมพัทธ์ที่ระดับการพัฒนาตัวของเมฆ 38% ค่าดัชนีการยกตัวของอากาศ 0.2 (อมก๋อย) 8.0 (ร้องกวาง) และความเร็วลมที่ระดับการเกิดเมฆ 17 กม./ชม. หน่วยปฏิบัติการฯ จ.ระยอง จึงวางแผนบิน 3 ภารกิจต่อเนื่องเพื่อช่วยเหลือพื้นที่เป้าหมายบริเวณพื้นที่การเกษตร จ.ระยอง จันทบุรี ปราจีนบุรี นครนายก และเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับพื้นที่ป่าไม้
และภาคใต้ จากผลการตรวจวัดสภาพอากาศของสถานีเรดาร์พนม จ.สุราษฏร์ธานี และสถานีเรดาร์ปะทิว จ.ชุมพร พบว่า มีความชื้นสัมพัทธ์ที่ระดับการเกิดเมฆ 48% (พนม) 72% (ปะทิว) และความชื้นสัมพัทธ์ที่ระดับการพัฒนาตัวของเมฆ 24%(พนม) 58% (ปะทิว) ค่าดัชนีการยกตัวของอากาศ 2.4 (พนม) 0.8 (ปะทิว) ความเร็วลมที่ระดับการเกิดเมฆ 14 กม./ชม.(พนม) 23 กม./ชม. (ปะทิว) หน่วยปฏิบัติการฯ หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ จึงวางแผนช่วยเหลือบริเวณพื้นที่การเกษตร จ.ประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี พื้นที่ประสบปัญหาไฟป่า จ.เพชรบุรี ราชบุรี และพื้นที่ลุ่มรับน้ำอ่างเก็บน้ำห้วยแม่ประจันต์ อ่างเก็บน้ำห้วยเกษม
อย่างไรก็ตาม สำหรับพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออก พบว่า สภาพอากาศไม่เข้าเงื่อนไขการปฏิบัติการฝนหลวง หน่วยปฏิบัติการฝนหลวงในพื้นที่ดังกล่าวจึงขอติดตามสภาพอากาศระหว่างวัน โดยการวิเคราะห์ผลตรวจสภาพอากาศร่วมกับการรายงานของอาสาสมัครฝนหลวงในพื้นที่ เพื่อวางแผนขึ้นบินปฏิบัติการช่วยเหลือพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบต่อไป
ทั้งนี้ พี่น้องประชาชน เกษตรกร สามารถแจ้งการขอรับบริการฝนหลวงได้ที่ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงทุกภูมิภาคของประเทศ และสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารได้ทางเว็บไซต์/เพจ Facebook กรมฝนหลวงและการบินเกษตร