ชมสถานที่อาศัยชั้นดี บนเนื้อที่ 44 ไร่ ของปราชญ์เกษตรของแผ่นดินประจำอ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี

เกษตร30 พ.ค. 2563 • 12:55 น.
ชมสถานที่อาศัยชั้นดี บนเนื้อที่ 44 ไร่ ของปราชญ์เกษตรของแผ่นดินประจำอ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี
สถานการณ์การแพร่กระจายของโรคโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน เป็นอย่างมากทั้งในภาคธุรกิจและภาคการเกษตร ทุกภาคส่วนต่างระดมความช่วยเหลือเพื่อให้ประชาชนผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปได้ ศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 1 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรเป็นหน่วยงานประสานการปฏิบัติกับหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องในด้านการส่งเสริมสนับสนุนการขยายผลโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ บนพื้นฐานของหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง สนับสนุนให้มีปราชญ์ชาวบ้านทั่วประเทศ ปราชญ์ทุกคนต่างเป็นผู้มีองค์ความรู้ ที่หลากหลายด้านทั้งเกษตร ประมง หัตกรรมและการแปรรูปปราชญ์ทุกท่านเป็นผู้มีจิตอาสาเต็มใจที่จะถ่ายทอดความรู้และมีความเป็นผู้นำธรรมชาติ สร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนซึ่งเรียกในอีกบทบาทหนึ่งว่าปราชญ์เพื่อความมั่นคง ตัวอย่างเช่น ลุงยวง เขียวนิล ปราชญ์เกษตรของแผ่นดินประจำ อ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี ผู้ที่น้อมนำศาสตร์พระราชาทั้งเศรษฐกิจพอเพียงเกษตรทฤษฎีใหม่มาปรับใช้จนประสบความสำเร็จทำให้สามารถดำรงชีวิตด้วยการพึ่งพาตนเองได้อย่างพอเพียงและเป็นแบบอย่างในการดำรงชีวิตแบบพอเพียงให้แก่คนในชุมชน ลุงยวง เขียวนิล ได้ถ่ายทอดประสบการณ์ว่า “อดีตเคยรับราชการและเป็นผู้รับเหมา ต่อมาผันตัวเองมาทำอาชีพเกษตรกรรม ในระยะแรกไม่ประสบความสำเร็จถึงขั้นตกต่ำที่สุด จน เครียด ดื่มสุราจนเป็นโรคพิษสุราเรื่องรัง แล้ววันหนึ่งได้มีโอกาสศึกษาเรียนรู้ในเรื่องของเกษตรทฤษฎีใหม่ของในหลวงรัชกาลที่ 9 ศรัทธาในแนวคิดของพระองค์ท่านและนำมาใช้กับพื้นที่ของตัวเอง โดยเริ่มจากการเขียนแผนผังในพื้นที่ของตนเอง ค่อยๆเริ่มทำจากพื้นที่ขนาดเล็ก 5 ร่องสวน แล้วค่อยๆขยับมาทีละหน่อยจนกระทั่งมาถึงปัจจุบัน เรื่องการบริหารจัดการพื้นที่ในเรื่องของการดูแลนามีการจ้างคนมาทำแต่ควบคุมดูแลด้วยตนเอง ส่วนพื้นที่สวนนั้น ใช้ตารางการจัดการว่าวันจันทร์ ทำบริเวณมะปราง ลิ้นจี่ มะไฟ ชมพู่ วันอังคารก็จะรอบบ่อน้ำใหญ่ มะม่วงเขียวเสวย วันพุธก็จะเป็น ละมุด มะนาว ส้มโอ กระท้อน วันพฤหัสทำถนนทางเดิน วันศุกร์ดูแปลงผัก พืชสมุนไพร วันเสาร์นี้ส่วนใหญ่เผาถ่านทำเรื่องพลังงานทดแทน วันอาทิตย์ก็จะทำบริเวณบ้านปรากฏว่าทั้งสัปดาห์ เราทำงานตลอดทุกวันไม่ได้หยุดทำได้แค่ไหนก็ไม่เป็นไรแต่เราได้ดูแลพื้นที่ทุกวัน เมื่อปี 2540ได้เป็นเกษตรดีเด่นสาขาไร่นาสวนผสมเขตภาคกลางและเริ่มมีคนเข้ามาขอศึกษาดูงาน นอกจากนั้นยังเป็นอาสาสมัครทุกหน่วยงานเข้าร่วมประชุม อบรม สัมมนา การได้เข้าร่วมงานอบรมสัมมนาทำให้ได้รับความรู้สั่งสมจนตกผลึกความรู้และได้เป็นปราชญ์เกษตรของแผ่นดิน” “กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรหรือ กอ.รมน. ดูแลทุกด้านเพื่อให้ชาวบ้านได้มีกินมีอยู่มีความรักความสามัคคี ได้เล็งเห็นว่าปราชญ์ชาวบ้านเป็นผู้ที่สามารถที่จะช่วยเหลือพัฒนาชุมชนได้ ผมได้รับเลือกเป็นปราชญ์เครือข่ายของ กอ. รมน. ในพื้นที่ จะมีการทำการเกษตรครบวงจร ปลูกข้าว ทำสวน เลี้ยงปลา เลี้ยงกบ แปรรูปผลิตภัณฑ์ เผาถ่าน กลั่นน้ำมันหอมระเหย เป็นการทำการเกษตรที่สามารถพึ่งพาตนเองได้จริงๆ สำหรับการเลี้ยงกบมีการเลี้ยงกบคอนโดโดยใช้ยางรถยนต์เก่า 4 เส้น เป็นการเลี้ยงกบที่ใช้พื้นที่น้อย ใช้น้ำน้อย และกบโตไว ใช้เงินลงทุนขั้นต่ำเพียง 700 บาท เลี้ยงกบได้ 50 ตัว สามารถจำหน่ายได้ราคาดีและยังเป็นการฝึกการเลี้ยงในขั้นต้น ก่อนที่จะพัฒนาไปเลี้ยงกบในบ่อต่อไป นอกจากนั้นทาง กอ.รมน ได้สนับสนุนเตาชีวมวล ซึ่งเป็นเตาเผาที่ไม่ทำให้เกิดมลภาวะ ได้น้ำส้มควันไม้ที่เกิดจากการควบแน่น เป็นการช่วยลดขยะและเพิ่มมูลค่าให้กับสิ่งของเหลือใช้ในภาคการเกษตร ได้ถ่านที่มีคุณภาพดี เตาเผาที่ได้รับมาจากกอ.รมน.นี้ถือเป็นเตาเผาส่วนกลาง คนในชุมชนสามารถเข้ามาใช้ได้” ลุงยวง ได้ฝากถึงเกษตรกรทุกคนว่า “สำหรับเกษตรกรที่สนใจทางด้านการเกษตรอยากแนะนำว่าเรื่องของเกษตรทฤษฎีใหม่เป็นเรื่องซึ่งถูกต้องและชัดเจนที่สุดเพราะผมเอง ผมได้รับรางวัลหลายรางวัลมากแต่รางวัลหนึ่งที่ผมภูมิใจมากที่สุดก็คือรางวัลเกษตรทฤษฎีใหม่ ด้วยเหตุผล 3 ประการประการแรกเลยอยากให้เห็นว่าใครที่เดินตามแนวทางของในหลวงรัชการที่ 9 ท่านสามารถเลี้ยงดูตนเองและครอบครัวได้จริงประการที่ 2 วิสัยทัศน์ของจ.นนทบุรีก็คือเป็นที่อยู่อาศัยชั้นดีของคนทุกระดับ ผมอยากให้เห็นว่าเกษตรกรทุกท่านที่ทำการเกษตรทฤษฎีใหม่พื้นที่ของทุกท่านก็เป็นสถานที่อาศัยชั้นดี ประการที่ 3 การได้เข้าประกวดเหมือนกับเป็นการทดสอบและยืนยันว่าการทำเกษตรทฤษฎีใหม่ น้อมนำหลักของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ สามารถสร้างความอยู่ดีกินดี เลี้ยงตัวเองและครอบครัวได้จริง ” ลุงยวงเขียว นิล แบบอย่างให้แก่เกษตรกรในพื้นที่ในเรื่องของการบริหารจากพื้นที่ทำกินจากที่รกร้างกลายเป็นศูนย์การเรียนรู้ตามศาสตร์พระราชาเกษตรทฤษฎีใหม่ในพื้นที่ 44 ไร่ มีการจัดแบ่งเป็นพื้นที่การทำนำ ทำสวน สระเก็บน้ำ ปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ เลี้ยงปลา เลี้ยงกบ ปลูกไม้ผล ไม้ยืนต้นพืชผักและพืชสมุนไพร จัดการระบบน้ำ การจัดแบ่งพื้นที่ของลุงยวง ทำให้เหลือเป็นต้นทุนการผลิตและเป็นแหล่งเรียนรู้ครบวงจร จนได้รับการยกย่องว่าเป็นปราชญ์เกษตรของแผ่นดิน และเป็นผู้ขยายผลโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริสู่ชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม เป็นผู้เผยแพร่องค์ความรู้ในเรื่องของหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและศาสตร์ของพระราชาร่วมกับหน่วยงานต่างๆในพื้นที่ เพื่อให้ประชาชนนั้นมีความรู้และภาคภูมิใจที่เกิดอยู่บนแผ่นดินไทยมีพระมหากษัตริย์ที่ทรงพระปรีชาสามารถและดูแลประชาชนมาโดยตลอด จากปราชญ์เกษตรของแผ่นดินจังหวัดนนทบุรีสู่ศูนย์การเรียนรู้บ้านทุ่งกระโปรง อ.บ้านนา จ.นครนายก แหล่งเรียนรู้และท่องเที่ยววิถีเกษตรอินทรีย์ผสมผสานและมี ศูนย์เรียนรู้สืบสานภูมิปัญญาร่วมพัฒนาอนุรักษ์ประเพณีวัฒนธรรม ทำให้ชุมชนมีอัตลักษณ์ที่โดดเด่นมีเสน่ห์ทำให้นักท่องเที่ยวให้เข้ามาเที่ยวชุมชน ประชาชนในชุมชนมีรายได้จากการท่องเที่ยวและการขายสินค้า นายสมชาย เกตุแก้ว ผู้ใหญ่บ้านและ ประธานศูนย์เรียนรู้ชุมชนบ้านทุ่งกระโปรง จ.นครนายก กล่าวว่า “เมื่อปี 2551ชาวบ้านในชุมชนบ้านทุ่งกระโปรง รวมตัวกันคิดแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในชุมชนมีการทำงานเป็นขั้นตอนคือขั้นตอนที่ 1นำเสนอภาพรวมของสิ่งที่ชุมชนต้องการ ขั้นตอนที่ 2รวมตัวกันช่วยกันวิเคราะห์ปัญหา เรียงลำดับความสำคัญของปัญหาควรแก้อะไรดับ 1 2 3 ขั้นตอนที่ 3 นำเสนอโครงการที่ตรงกับความต้องการของชุมชนพร้อมคำแนะนำ ทำแบบนี้ต่อเนื่องมา 10 ปี ประสบความสำเร็จมาจนถึงปัจจุบัน ตัวอย่างของความสำเร็จเช่น การพัฒนาเรื่องของอาชีพสามารถสร้างอาชีพที่มีรายได้ที่มั่นคงได้ตัวอย่าง และ เรื่องของการร่วมมือกันคิดกันทำ ความสามัคคี ชุมชนมีกลุ่มจิตอาสาที่ทำงานประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แจ้งปัญหาและความเดือดร้อนของชุมชนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบเพื่อดำเนินการช่วยเหลือและแก้ปัญหา สำหรับกลุ่มแม่บ้านได้มีการรวมตัวกันเพื่อแปรรูปผลผลิตผลไม้ตามฤดูกาลที่มีมากในชุมชนคือกระท้อน สามารถสร้างรายได้จาการจำหน่ายกระท้อนสามรส ทำให้เกิดเงินทุนหมุนเวียน มีเงินปันผล สร้างอาชีพและรายได้ให้กับสมาชิกทุกคน หลังจากที่ชาวบ้านได้ร่วมกันคิด ร่วมกันทำ ทำให้เกิดการการเปลี่ยนแปลงในหลายมิติ ชาวบ้านให้ความสำคัญกับแผนชุมชนและการมีส่วนร่วมในการเป็นภาคีเครือข่าย ศูนย์เรียนรู้ยังเป็นศูนย์กลางในการพัฒนาตนเองของคนในชุมชน และตอนนี้เราได้สร้างกลุ่มจิตอาสาคนรุ่นใหม่ที่จะสานต่อการทำงานให้ชุมชนต่อไป การอยู่ดี กินดี มีรายได้ ชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองได้ มีความมั่นคงและยั่งยืนสิ่งเหล่านี้เป็นความภาคภูมิใจของเรา” นายปรเมศวร์ วีระโสภณ นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ กล่าวถึงการเข้ามาร่วมพัฒนาว่า”เริ่มต้นจากการทำแผนงานชุมชนร่วมกับทางผู้ใหญ่บ้าน มีแผนงานทั้งระดับจังหวัด ระดับอำเภอ และระดับตำบลผนวกเข้ากับแผนหมู่บ้าน โดยที่ชุมชนแต่ละชุมชนจะมีปัญหาที่ต่างกัน สำหรับที่ชุมชนบ้านทุ่งกระโปรง ทางสำนักงานฯมีโครงการผ่านวิสาหกิจชุมชนเป็นโครงการที่เกี่ยวกับการเกษตรมีทั้งโครงการส่งเสริมเกษตรปลอดภัยโครงการส่งเสริมผลไม้ปลอดภัย วิสาหกิจชุมชนการแปรรูปสินค้าเกษตรซึ่งเป็นการต่อยอดแบบต้นน้ำกลางน้ำและปลายน้ำ เกษตรกรไม่ใช่แค่ปลูกเป็นดูแลเป็นต้องแปรรูปและขายเป็นทำให้มีรายได้เข้ามาในชุมชน สำหรับชุมชนทุ่งกระโปรงเป็นชุมชนที่สามารถสร้างความโดดเด่นมีอัตลักษณ์วิถีชุมชน จนสามารถพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร เป็นจุดท่องเที่ยวเชิงเกษตรของ อ.บ้านนาและ จ.นครนายก” นายวรภาส บุญมั่น ผู้อำนวยการสำนักงาน ธ.ก.ส. จังหวัดนครนายก กล่าวถึงความช่วยเหลือจาก ธ.ก.ส.ว่า “ ลำดับแรกที่ ธ.ก.ส.เข้ามาช่วยเหลือในเรื่องให้ความรู้ และประสานงานจัดหาวิทยากรที่มีความรู้เรื่องการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร สองคือการสนับสนุนเรื่องเงินทุน ชุมชนทุ่งกระโปรง มีผลผลิตหลักคือกระท้อน กลุ่มแม่บ้านรวมตัวกันตั้งกลุ่มแปรรูปทำกระท้อน 3 รส จำหน่าย สามารถเพิ่มมูลค่าให้กับผลไม้ในชุมชน สร้างรายได้ให้กลุ่ม สมาชิกในกลุ่มมีอาชีพและรายได้” นางจิตราภรณ์ เอกฉัตร ชาวบ้าน บ้านทุ่งกระโปรง จ.นครนายกกล่าวถึงการแปรรูปผลผลิตว่า”ชุมชนมีกระท้อนเป็นจำนวนมากทุกบ้านก็นำกระท้อนมาแช่น้ำเกลือและน้ำตาลเพื่อเก็บไว้รับประทาน เป็นภูมิปัญญาชาวบ้านและต่อมาได้พัฒนาต่อยอดจากของกินในครัวเรือน สู่สินค้าOTOP 4 ดาว ผลิตภัณฑ์กระท้อนสามรส สามารถสร้างชื่อเสียงให้กับหมู่บ้าน เป็นความภาคภูมิใจของกลุ่มแม่บ้าน สามารถสร้างรายได้และอาชีพให้คนในชุมชน “การรวมกลุ่มกันของชาวบ้านทุ่งกระโปรง อ.บ้านนา จ.นครนายก สร้างความประทับใจให้กับผู้มาเยี่ยมชมได้สัมผัสวิถีชีวิตของชาวบ้านได้เลือกซื้อสินค้าเกษตรที่มีคุณภาพจากเกษตรกรโดยตรง สนับสนุนสินค้าท้องถิ่นและสร้างรายได้ ได้เรียนรู้การทำการเกษตรแบบพอเพียงในศูนย์การเรียนรู้ทำหน้าที่ในการเผยแพร่องค์ความรู้และสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้ที่มาดูงานตลอดทั้งปี ศูนย์การเรียนรู้แห่งนี้ทำหน้าที่ในการเผยแพร่องค์ความรู้ในเรื่องของหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงตามรอยพ่อหลวงและเป็นศูนย์การเรียนรู้ของโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริและตัวอย่างของชุมชนที่สามารถพึ่งพาตนเอง ขอขอบคุณข้อมูลจากรายการเดินหน้าปฏิรูป ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 ทุกวันพุธพฤหัสบดี เวลา 21.00-22.00 น.