ส่งเสริมเกษตรกรบ้านแฝก-โนนสำราญ ผลิตเมล็ดข้าวพันธุ์ดี ทะลุเป้า 700 ตันต่อปี
ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวนครราชสีมา ได้ผลักดันและมุ่งพัฒนาศักยภาพของกลุ่มผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวบ้านแฝก-โนนสำราญ ตำบลสามเมือง อำเภอสีดา จังหวัดนครราชสีมา ในการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวให้มีคุณภาพ ได้มาตรฐาน ภายใต้โครงการพัฒนาศักยภาพกระบวนการผลิตสินค้าเกษตร โดยมีเจ้าหน้าที่จากศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวนครราชสีมา เข้ามาช่วยเหลือ ดูแลอย่างใกล้ชิด จัดอบรมและสัมมนาต่างๆ พร้อมให้องค์ความรู้ในการผลิตเมล็ดพันธุ์ โดยมีเป้าหมายการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว 700 ตันต่อปี
นายนรภัทร ศรีษะนอก นักวิชาการเกษตรชำนาญการ ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวนครราชสีมา กล่าวว่า สาเหตุที่ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวนครราชสีมา เลือกนำโครงการพัฒนาศักยภาพกระบวนการผลิตสินค้าเกษตร มาส่งเสริมกลุ่มผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวบ้านแฝก-โนนสำราญ ตำบลสามเมือง อำเภอสีดา จังหวัดนครราชสีมา เดิมกลุ่มนี้ผลิตข้าวแบบทั่วไป คือผลิตข้าวเพื่อบริโภค ยังไม่มีการเก็บเมล็ดพันธุ์ไว้ใช้เอง ศูนย์ฯได้เข้ามาส่งเสริมเรื่ององค์ความรู้ เรื่องการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว การตัด ถอน พันธุ์ปน การเก็บเกี่ยว การดูแลรักษาหลังการเก็บเกี่ยว เพื่อพัฒนาต่อยอดกลุ่มให้เป็นกลุ่มผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวในปัจจุบัน ซึ่งจากการเข้ามาสนับสนุนตั้งแต่เริ่มต้นสามารถทำให้เกษตรกรเกิดความเข้มแข็ง มีกำลังในการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวได้ตามเป้าหมาย ที่ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวนครราชสีมากำหนดได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ด้าน นายสังวาลย์ มะกา ประธานกลุ่มผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวบ้านแฝก-โนนสำราญ ตำบลสามเมือง อำเภอสีดา จังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า เดิมตนเองและสมาชิกกลุ่มมีการทำนาแบบทั่วไป และส่วนใหญ่ทำนาข้าวเหนียว กลุ่มเริ่มต้นก่อตั้งมาเมื่อปี พ.ศ. 2547 ได้มีการรวมกลุ่มเพื่อผลิตข้าวหอมมะลิ 105 ให้แก่สหกรณ์การเกษตรบัวใหญ่ ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2547 เป็นต้นมา ต่อมาได้มีศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวนครราชสีมา แนะนำให้รวมกลุ่มเป็นผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวให้ศูนย์ฯเพื่อที่จะได้ราคาที่สูงกว่าท้องตลาด และข้าวมีคุณภาพมาตรฐาน ถือเป็นแรงจูงใจให้เกษตรกรเริ่มต้นเข้าร่วมมากขึ้น จากเดิมสมาชิกมีแค่ 50-60 ราย ปัจจุบันมีเพิ่มมากขึ้นเป็น 104 ราย มีพื้นที่ทั้งหมด 2,104 ไร่ ปัจจุบันนี้กลุ่มได้ปรับเปลี่ยนมาทำนาแบบประณีตโดยใช้เครื่องจักรแบบหยอด จำนวน 8 แถว สำหรับการทำนาหยอด จะได้ผลผลิตต่อไร่ที่จะสูงกว่าแบบทั่วไป และลดต้นทุนได้มากกว่า เนื่องจากว่ามีช่องว่างระหว่างช่องต้นข้าว เพื่อให้ข้าวเจริญเติบโต การแตกกอข้าวจะดีกว่า การดูแลรักษาง่าย การตรวจ ตัด พันธุ์ปนสะดวกกว่าการทำนารูปแบบอื่นๆ และเมล็ดข้าวก็จะสมบูรณ์ตามไปด้วย
ในแต่ละปีศูนย์ฯจะมีเป้าหมายการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว ให้กลุ่มผลิตอยู่ประมาณ 700 ตันต่อปี แต่กลุ่มสามารถผลิตได้มากถึง 900 ตันต่อปี และมากขึ้นเรื่อยๆ ถือได้ว่าเป็นจำนวนที่เยอะพอสมควร และจากที่ศูนย์ฯเล็งเห็นถึงศักยภาพของกลุ่ม กลุ่มจึงได้มีความมุ่งมั่น ตั้งใจ ในการผลิตให้ได้คุณภาพมาตรฐาน ตามที่กรมการข้าวกำหนด เพื่อให้เกิดผลดีต่อกลุ่มเอง และพี่น้องเกษตรกรที่จะได้รับเมล็ดพันธุ์ไว้ใช้เพาะปลูกในฤดูกาลถัดไป
ปัจจุบันนี้กลุ่มประสบความสำเร็จ สามารถลดต้นทุนการผลิตข้าว สร้างรายได้เข้าสู่กลุ่มได้มากขึ้นทุกปี พี่น้องเกษตรกรสมาชิกก็มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นตามไปด้วย