ศมข.อำนาจเจริญ มุ่งพัฒนาเกษตรกรผลิตเมล็ดพันธุ์ดี สร้างรายได้มั่นคง สู่ชีวิตที่ยั่งยืน

เกษตร21 พ.ย. 2565 • 10:13 น.
ศมข.อำนาจเจริญ มุ่งพัฒนาเกษตรกรผลิตเมล็ดพันธุ์ดี สร้างรายได้มั่นคง สู่ชีวิตที่ยั่งยืน

จังหวัดอำนาจเจริญประกอบอาชีพทำนาเป็นหลัก มีพื้นที่ปลูกข้าวกว่า 1,062,000 ไร่ ผลผลิต 382,320 ตัน เป็นแหล่งรายได้สำคัญของภาคการเกษตรและอุตสาหกรรม ซึ่งศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวอำนาจเจริญ มีหน้าที่และภารกิจด้านการวิจัยและผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวเป็นหลัก ตลอดจนส่งเสริมเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับการผลิตข้าว ยกระดับการผลิตข้าวให้มีคุณภาพตามมาตรฐานความปลอดภัย รวมถึงการพัฒนาและแปรรูปสินค้าเกษตร ส่งผลในการเพิ่มผลผลิต ลดต้นทุน เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของเกษตรกรและความมั่นคงด้านอาหารของประเทศ

ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวอำนาจเจริญ ได้ดำเนินงานโครงการพัฒนาศักยภาพกระบวนการผลิตสินค้าเกษตรมาอย่างต่อเนื่อง ได้รับมอบหมายจากกรมการข้าวให้ผลิตและกระจายเมล็ดพันธุ์ที่มีคุณภาพแก่เกษตรกร โดยมีพื้นที่ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวจำนวน 44 กลุ่ม เกษตรกร 486 ราย พื้นที่ 5,099 ไร่ ในการนี้ ทางศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวอำนาจเจริญจึงให้ความสำคัญกับการผลิตเมล็ดพันธุ์เพื่อตอบโจทย์กับเกษตรกรที่ต้องการเมล็ดพันธุ์ โดยตั้งเป้าไว้ที่ 100% ซึ่งความคาดหวังของโครงการนี้คือ เกษตรกรสามารถผลิตเมล็ดพันธุ์คุณภาพดีได้ 100% ผลิตเมล็ดพันธุ์ได้อย่างยั่งยืน และมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น จากการดำเนินงานพบว่าเกษตรกรหลายพื้นที่ให้ความสนใจที่จะเข้าร่วมโครงการฯ เนื่องจากผลผลิตสามารถจำหน่ายได้ราคาที่ดีกว่าท้องตลาดทั่วไป รวมไปถึงเกษตรกรยังมีเมล็ดพันธุ์เก็บไว้ใช้เอง

นายบดินทร์ จันทร์คำ รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวอำนาจเจริญ กล่าวว่า โครงการนี้มีกิจกรรมในเรื่องของการเพิ่มประสิทธิภาพและขยายศักยภาพการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวพันธุ์ดี รวมไปถึงเป็นการบริหารจัดการกลุ่ม สร้างความเข้มแข็งให้กับเกษตรกร ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่เข้าไปประชาสัมพันธ์ และหากเกษตรกรท่านใดสนใจเข้าร่วมโครงการ เจ้าหน้าที่จะให้คำแนะนำ ให้องค์ความรู้ต่างๆ อธิบายเกี่ยวกับการจัดทำแปลง การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการทำนา หัวใจสำคัญคือการใส่ใจในเรื่องของการตัดพันธุ์ปน ซึ่งในโครงการนี้เราจะให้เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการปลูกโดยวิธีการปักดำเท่านั้น เพราะง่ายแก่การตัดพันธุ์ปน ทำให้เมล็ดพันธุ์ข้าวมีคุณภาพ ได้มาตรฐาน มีความบริสุทธิ์ของพันธุ์สูง 98% การผลิตเมล็ดพันธุ์ก็จะเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกษตรกรที่เข้าร่วมในโครงการมีรายได้เพิ่มมากขึ้นจากการจำหน่ายเมล็ดพันธุ์ ซึ่งตอนนี้ก็จะเป็นการต่อยอดในเรื่องของความยั่งยืนในชีวิต มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และมั่นคงทางรายได้เพิ่มมากขึ้น 

ปัจจุบันศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวอำนาจเจริญต้องการผลักดันให้เกษตรกรหันมาใช้เมล็ดพันธุ์ดี ได้มาตรฐาน ตรงตามเกณฑ์ของกรมการข้าว เพราะการใช้เมล็ดพันธุ์ดีมีคุณภาพจะลดต้นทุนของเกษตรกรได้โดยตรง เนื่องจากการใช้เมล็ดพันธุ์ดี จะลดปริมาณการใช้เมล็ดพันธุ์ต่อไร่ลงถึง 50% ทำให้ผลผลิตต่อไร่เพิ่มขึ้นถึง 10% ถ้าหากเกษตรกรยังใช้เมล็ดพันธุ์ทั่วไปที่ไม่ได้มาตรฐาน เกษตรกรจะต้องใช้เมล็ดพันธุ์ในการเพาะปลูกในปริมาณมากขึ้น เนื่องจากเปอร์เซ็นต์ความงอกต่ำ และมีพันธุ์ปนค่อนข้างเยอะ ซึ่งส่วนนี้จะเป็นข้อแตกต่างคือ เราใช้ปริมาณเมล็ดพันธุ์ที่ลดลง ก็จะทำให้ต้นทุนลดลงตามไปด้วย เช่น พื้นที่ 1 ไร่ จะใช้เมล็ดพันธุ์ดีประมาณ 5 กิโลกรัม เมื่อเทียบกับการใช้เมล็ดพันธุ์ทั่วไป อาจจะต้องใช้ 10-20 กิโลกรัม/ไร่ และถ้าหากเป็นนาหว่าน อาจจะใช้เมล็ดพันธุ์ถึง 30 กิโลกรัม/ไร่ ซึ่งแตกต่างกันหลายเท่ามาก ดังนั้น การส่งเสริมให้เกษตรกรใช้เมล็ดพันธุ์ดีและมีคุณภาพได้มาตรฐาน จะเป็นประโยชน์ต่อเกษตรกรโดยตรง รวมทั้งเพิ่มความมั่นคงด้านอาหารของประเทศอีกด้วย

นายบดินทร์ จันทร์คำ กล่าวต่ออีกว่า ในปี 2565 นี้ การส่งเสริมการผลิตเมล็ดพันธุ์ดีของศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวอำนาจเจริญ มีเป้าหมายการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวขาวดอกมะลิ 105 ถึง 1,500 ตัน เพื่อกระจายเมล็ดพันธุ์ดีไปสู่พี่น้องเกษตรกรในจังหวัดอำนาจเจริญ และจังหวัดใกล้เคียงที่มีความต้องการใช้เมล็ดพันธุ์ดี และในอนาคตมุ่งหวังให้เกิดผลผลิตมากยิ่งขึ้น เพื่อผลิตและกระจายเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดีให้เพียงพอต่อความต้องการของชุมชน และสร้างความเข้มแข็งของศูนย์ข้าวชุมชนในการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดีต่อไป