เกษตรฯ พัฒนาโรงคัดมาตรฐาน GMP รองรับสินค้าเกษตรแปลงใหญ่

เกษตร18 ต.ค. 2560 • 08:50 น.
เกษตรฯ พัฒนาโรงคัดมาตรฐาน GMP รองรับสินค้าเกษตรแปลงใหญ่
มกอช. พัฒนาโรงคัดบรรจุผักผลไม้สดมาตรฐาน GMP รองรับสินค้าเกษตรแปลงใหญ่การันตีคุณภาพ-ปลอดภัยทั้งห่วงโซ่ ใช้เครือข่ายตลาดนำการผลิต ลดเสี่ยงปัญหาราคาตกต่ำ ​นายพิศาล พงศาพิชณ์ รองเลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) เปิดเผยว่า ปี 2560 มกอช. ได้ร่วมบูรณาการขับเคลื่อนขยายผลงานส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ตามนโยบายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยส่งเสริมและผลักดันให้เกษตรกรที่ปลูกผักผลไม้สดยกระดับการผลิตเข้าสู่มาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีหรือจีเอพี (GAP) เพิ่มมากขึ้นในหลายพื้นที่ และ มกอช. ยังได้ดำเนินการเชื่อมโยงกับผู้ประกอบการที่รับซื้อผักผลไม้สดจากเกษตรกรโดยร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาโรงคัดบรรจุในพื้นที่เกษตรแปลงใหญ่ เช่น กำแพงเพชร พิษณุโลก ราชบุรี ให้ได้มาตรฐาน จีเอ็มพี (GMP) เพื่อรองรับผลผลิตผักผลไม้สดคุณภาพมาตรฐานเข้าสู่โรงคัดบรรจุที่ได้รับการรับรองด้วย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับตลาดและผู้บริโภคทั้งภายในและต่างประเทศ ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสแข่งขันทางการตลาดสูงขึ้น ล่าสุด มกอช. ได้ประชุมหารือกลุ่มเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน สหกรณ์ ผู้ผลิตหรือผู้รวบรวมผักและผลไม้ และภาคเอกชนกว่า 100 ราย จากจังหวัดต่างๆ อาทิ กำแพงเพชร ตาก เพชรบูรณ์ พิจิตร ขอนแก่น นครราชสีมา ศรีสะเกษ นนทบุรี พระนครศรีอยุธยา นครปฐม ชลบุรี สุราษฎร์ธานี และนราธิวาส เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับนโยบายเกษตรแปลงใหญ่ รวมถึงมาตรฐาน GAP สำหรับพืชอาหาร (มกษ.9001-2556) และมาตรฐาน จีเอ็มพี สำหรับโรงคัดบรรจุผักและผลไม้สด (มกษ.9035-2553) เพื่อให้สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงานได้อย่างถูกต้อง และควบคุมดูแลการผลิตพืชผักและผลไม้ให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพได้มาตรฐานและมีความปลอดภัยเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันยังส่งเสริมการจับคู่ธุรกิจโดยเปิดโอกาสให้กลุ่มเกษตรกรผู้ผลิตผักและผลไม้แปลงใหญ่กับผู้ประกอบการ เช่น ห้างค้าปลีก และร้านอาหารต่างๆ ได้พบปะแลกเปลี่ยนข้อมูลและร่วมวางแผนการผลิตและการตลาด ซึ่งช่วยขยายช่องทางการจำหน่ายสินค้าเกษตรแปลงใหญ่ ทำให้มีแหล่งรองรับผลผลิตที่แน่นอน ช่วยลดความเสี่ยงปัญหาสินค้าล้นตลาดและราคาตกต่ำ ทั้งยังช่วยสร้างรายได้ที่มั่นคงให้แก่เกษตรกรในพื้นที่แปลงใหญ่ด้วย “ปัจจุบันมีโรงคัดบรรจุ/โรงรวบรวมพืชผักและผลไม้สด ที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน GMP จากกรมวิชาการเกษตรจำนวน 481 แห่ง แต่ก็ยังไม่ใช่ 100% ทั่วประเทศ ที่ผ่านการรับรอง ดังนั้น ผู้ประกอบการโรงคัดบรรจุที่ยังไม่เข้าระบบควรเร่งพัฒนาให้ได้รับมาตรฐาน GMP ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความเข้มแข็งของห่วงโซ่การผลิตผักและผลไม้ภายใต้เกษตรแปลงใหญ่ และในภาพรวมให้มีความปลอดภัยในกระบวนการผลิตอย่างครบวงจร นอกจากทำให้ตลาดและผู้บริโภคในประเทศเกิดความมั่นใจในคุณภาพและความปลอดภัยของสินค้าแล้ว ยังช่วยสร้างความเชื่อมั่นในคุณภาพการผลิตและทำให้สินค้าเกษตรของไทยสอดคล้องกับมาตรฐานและเป็นที่ยอมรับของประเทศคู่ค้าเพิ่มขึ้น” รองเลขาธิการ มกอช. กล่าว