ไม่ทนแล้ว!! กรมชลฯ ยกเลิกสัญญาจ้าง บ.เอกชน หลังทิ้งงาน 4 สัญญารวด

เกษตร22 ต.ค. 2562 • 04:03 น.
ไม่ทนแล้ว!! กรมชลฯ ยกเลิกสัญญาจ้าง บ.เอกชน หลังทิ้งงาน 4 สัญญารวด
กรมชลฯ ไม่ทนแล้ว ลงดาบเชือด บ.สยามพันธ์ ยกเลิกสัญญาจ้าง หลังทิ้งงาน 4 สัญญารวด เร่งหารือสำนักงบประมาณ ขออนุมัติกระทรวงเกษตรฯให้กรมชลฯดำเนินการเอง เมื่อวันที่ 22 ต.ค. นายประพิศ จันทร์มา รองอธิบดีกรมชลประทาน ฝ่ายก่อสร้าง เปิดเผยว่า กรมฯ ได้มีการบอกเลิกสัญญาเอกชนที่ก่อสร้างโครงการของกรมชลประทานใน 4 โครงการเนื่องจากทิ้งงานและไม่ปฏิบัติตามสัญญา ซึ่งกรมบอกเลิกสัญญาแล้วเมื่อ 2 เดือนที่ผ่านมา และกรมฯ ได้ขอหารือสำนักงบประมาณ เพื่อขอเปลี่ยนแปลงจากการจ้างเหมา มาให้กรมฯ ดำเนินการเอง ตามมาตรา 23 ของพรบ.งบประมาณ เช่นกรณีโครงการปรับปรุงคลองระบายน้ำ ร.1 อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา สำนักงบประมาณได้อนุมัติให้กรมดำเนินการเองแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างเสนอกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อให้รมว.เกษตรฯ อนุมัติให้กรมดำเนินการตามกฎหมาย “กรณีงานปรับปรุงคลองระบายน้ำ ร. 1 ซึ่งเป็นโครงการบรรเทาอุทกภัยหาดใหญ่ ที่กรมฯ ยกเลิกนั้น กรมฯ ได้บริหารและเร่งรัดงานตามเงื่อนเวลาถึงที่สุด จนเมื่อครบกำหนดจึงบอกเลิกสัญญา แต่ทั้งนี้แม้จะก่อสร้างไม่แล้วเสร็จ ขณะนี้สามารถที่จะระบายน้ำได้ในอัตรา 1,000 ลุกบาศก์เมตร (ลม.บ.)ต่อวินาที จากศักยภาพคลองตามเป้าหมายโครงการ 1,200 ลบ.ม.ต่อวินาที สามารถบรรเทาอุทกภัยได้กรณีเกิดน้ำหลาก อย่างไรก็ตาม โครงการนี้ทันทีที่รมว.เกษตรฯ อนุมัติขยายเวลาออกไปถึงปี 2563 แล้ว กรมฯ จะเร่งดำเนินการให้เสร็จในกรอบเวลาที่กำหนด เพราะเครื่องมือ เครื่องจักรพร้อม ทั้งนี้ ยืนยันว่าการดำเนินการไม่ว่าจะเป็นงานจ้างเหมา หรืองานกรมฯ ดำเนินการเอง กรมฯ ถือปฏิบัติตามระเบียบ กฎหมาย มติ ครม.ที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด โดยคำนึงถึงประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับเป็นสำคัญ”นายประพิศ กล่าว สำหรับ 4 โครงการที่กรมยกเลิกสัญญา ประกอบด้วย 1.งานปรับปรุงคลองระบายน้ำ ร 1 พร้อมอาคารประกอบสัญญาที่ 1 โครงการบรรเทาอุทกภัย อ.หาดใหญ่ (ระยะที่ 2) จ.สงขลา วัตถุประสงค์ของโครงการ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำคลอง ร.1จากเดิม 465 ลบ.ม./วินาที เป็น 1,200 ลบ.ม./วินาที เมื่อดำเนินการแล้วเสร็จจะช่วยบรรเทาอุทกภัยพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญของ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา 2.โครงการระบบระบายน้ำแม่น้ำตรัง เมื่อดำเนินการแล้วเสร็จจะสามารถบรรเทาอุทกภัยในเขต อ.เมือง จ.ตรัง พื้นที่ประมาณ 10,525 ไร่ และเก็บกักน้ำเพื่อการเกษตร อุปโภคบริโภค ประมาณ 3.2 ล้าน ลบ.ม. 3.โครงการอ่างเก็บน้ำแม่สอดตอนบน จ.ตาก เป็นการจัดหาแหล่งน้ำสนับสนุนเขตเศรษฐกิจพิเศษตากและบรรเทาอุทกภัยให้กับประชาชนในเขตเทศบาลนครแม่สอด 4.งานก่อสร้างอาคารบริหารจัดการน้ำบริเวณประตูระบายน้ำปลายคลองระพีพัฒน์ (ปตร.พระธรรมราชา)เป็นอาคารที่ใช้ควบคุมการบริหารจัดการน้ำในคลองระพีพัฒน์ สำหรับโครงการทั้งหมด เป็นโครงการพัฒนาแหล่งน้ำตามแผนงานของกรมชลประทาน ในการพัฒนาแหล่งน้ำและการป้องกันบรรเทาภัยอันเกิดจากน้ำตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี โดยรูปแบบการดำเนินงานก่อสร้างโครงการของกรม มี 2 ประเภท คืองานกรมดำเนินการเอง โดยใช้บุคลากร เครื่องจักรเครื่องมือของกรมชลประทาน และงานจ้างเหมา ซึ่งได้ให้เอกชนเข้ามาดำเนินการแทนกรม กรณีงานล่าช้ากว่าแผน ผู้รับจ้างเหมาต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขสัญญา หากล่าช้าไม่ตามแผนงานให้คณะกรรมการจ้างงานพิจารณาและบอกเลิกสัญญา แต่สำหรับงานที่มีความสำคัญและจำเป็นเร่งด่วนจะมีการปรับแผนมาเป็นงานกรมดำเนินการเองเนื่องจากกรมชลประทานมีบุคคลากรที่มีความรู้ความสามารถ ประสบการณ์เพียงพอและสามารถเร่งรัดงานให้แล้วเสร็จทันเวลา ทั้งนี้ แหล่งข่าวในกระทรวงเกษตรฯ กล่าวว่า ใน 4 สัญญาที่ยกเลิก เป็นของเอกชนรายเดียว 3 สัญญา คือ บริษัทสยามพันธุ์วัฒนาฯ คือ โครงการอุทกภัยหาดใหญ่ (ปี 58-62) งานคงเหลือประมาณ 20% โครงการระบบระบายน้ำตรัง (59-62) งานคงเหลือ 60% โครงการอ่างแม่สอดตอนบน กำหนดเสร็จปี 62 งานคงเหลือ 2% อย่างไรก็ตาม บริษัทดังกล่าว ยังมีสัญญาที่กำลังก่อสร้างโครงการขุดอุโมงค์ส่งน้ำแม่กวง แม่งัด จ.เชียงใหม่ โดยมีปัญหางานล่าช้ากว่าแผนไปมากเช่นกัน ซึ่งกรมชลฯอยู่ระหว่างเรียกบริษัท มาเจรจาหาทางออก แก้ปัญหาโครงการขุดอุโมงค์ ที่ไม่แล้วเสร็จตามแผน โดยโครงการต่างๆ ที่บริษัทนี้ประมูลงานได้ในราคาต่ำสุด ทำให้งานของกรมชลฯหลายพื้นที่ไม่คืบหน้าตามแผนบูรณาการน้ำและส่งผลเกิดปัญหาทิ้งงาน