กลุ่มนาแปลงใหญ่บ้านหนองกุง ต้นแบบเกษตรกรผู้ปลูกข้าว สกลนคร
"เสถียร พรมไพสน" คือ ประธานกลุ่มนาแปลงใหญ่ผู้ใช้น้ำชลประทานน้านหนองกุง เป็นเกษตรกรอาวุโส ผู้ได้รับความเคารพนับถือจากเกษตรกรคนอื่นๆ เป็นอย่างดี เพราะแม้อยู่ในวัยชรา แต่ลุงเสถียร ยังคงทำงานในฐานะประทานกลุ่มนาแปลงใหญ่ด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจ อย่างเต็มที่ เต็มกำลัง อย่างดีตลอดมา
กลุ่มนาแปลงใหญ่ผู้ใช้น้ำชลประทานบ้านหนองกุง ตำบลฮังโฮง อำเถอเมือง จังหวัดสกลนคร มีสมาชิกทั้งหมด 91 ราย มีพื้นที่ปลูกข้าวในรูปแบบนาแปลงใหญ่ประมาณ 900 ไร่ ปลูกข้าวพันธุ์ กข22 เพื่อไว้จำหน่ายและบริโภคในครัวเรือน ซึ่งจากเดิมที่ยังไม่ได้รวมกลุ่มเกษตรกรสามารถผลิตข้าวได้เพียง 200-300 กิโลกรัมเท่านั้น แต่หลังจากที่ได้รวมกลุ่มเป็นนาแปลงใหญ่แล้วผลผลิตข้าวเพิ่มขึ้นมาเป็น 400-500 กิโลกรัมต่อไร่ รวมถึงมาตรฐานคุณภาพข้าวยังเป็นที่ยอมรับเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย
"สมาชิกให้ความร่วมมือดี ผมบอกว่าถ้าเรารวมตัวกันเมื่อไหร่ ทางภาคีต่าง ๆ หรือกรมฯ ต่างๆ จะมาให้คำแนะนำในการปลูกพืช หรือทางฝ่ายส่งน้ำจะทำให้เราสะดวกดีขึ้นกว่าเก่า เพราะว่าฝ่ายส่งน้ำเป็นพี่เลี้ยงของเรา และมีตัวหลักตัวหนึ่งคือกรมการข้าว เพราะว่ากรมการข้าวเป็นพี่เลี้ยงใหญ่จริงๆ เพราะว่าเขามาให้คำแนะนำ เอาพันธุ์ข้าวมาให้ เพื่อจะปลูกให้ได้ผลผลิตสูงขึ้นกว่าเดิม ปีแรก ๆ เขาก็เอามาให้ปี 61 นะครับ ให้มากจริงๆ แต่ทางสมาชิกปลูกได้แล้วก็เห็นผลขึ้นทันตา เพราะว่าเราทำแต่เก่าก่อนมาได้แค่ไม่กี่ร้อยกิโล แค่สองร้อย สามร้อยกิโล แต่เราเข้ามาร่วมโครงการนี้แล้วก็ได้สี่ร้อยถึงห้าร้อยกิโลต่อไร่ ก็ดีใจขึ้นมากครับ" นายเสถียร พรมไพสน ประธานกลุ่มนาแปลงใหญ่ผู้ใช้น้ำชลประทาน บอกเล่าด้วยความภูมิใจ
ทั้งนี้ ระบบการส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ เป็นการดำเนินงานที่เน้นการรวมกลุ่มของเกษตรกรรายย่อย โดยวางระบบการผลิตและการบริหารจัดการในแนวทางเดียวกัน เพื่อประหยัดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ซึ่งเกษตรกรยังคงเป็นเจ้าของพื้นที่และทำการผลิตเอง ระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่จึงก่อให้เกิดความร่วมมือในการผลิตโดยเกษตรกรหรือองค์กรเกษตรกรในพื้นที่ ทำให้เกิดขนาดเศรษฐกิจที่ใหญ่ขึ้น เพิ่มอำนาจการต่อรอง ช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตเกษตรกรให้ดีขึ้น มีรายได้เพิ่มขึ้น โดยมีพื้นที่เป้าหมาย คือ พื้นที่เกษตรทั่วไป พื้นที่ปฏิรูปที่ดิน พื้นที่สหกรณ์นิคม และพื้นที่ในเขตชลประทาน อย่างเช่น กลุ่มนาแปลงใหญ่ผู้ใช้น้ำชลประทาน บ้านหนองกุง
"เรื่องนาแปลงใหญ่ก็อยากเชิญชวน เพราะว่าเราจะได้จัดเป็นกลุ่ม เพื่อจัดหาพันธุ์ข้าวไปเริ่มแรก ถ้าด้อยความรู้ก็ไปหาเจ้าหน้าที่ หรือว่าไปหาหน่วยงานที่เขาประสบความสำเร็จแล้ว กลุ่มนาแปลงใหญ่ก็มีหลายกลุ่ม เราต้องไปอบรมไปศึกษาหาความรู้เพื่อมาปรับปรุงในกลุ่มของเรา ตัวไหนจะดี ตัวไหนไม่ดีเราก็ปรับให้ดีขึ้น ความรู้ที่ไปศึกษามาหรือว่าเจ้าหน้าที่มาให้คำอบรม เราจะต้องประชุมส่วนมากต้องประชุม ถ้าเจอปัญหาก็ประชุมร่วมกัน หาแนวทางร่วมกัน แก้ไขร่วมกัน" นายบุญถม สีสว่าง ผู้ใหญ่บ้านหนองกุง หมู่ 3 สมาชิกนาแปลงใหญ่ อธิบายถึงแง่ดีของการเป็นกลุ่มนาแปลงใหญ่
สุดท้ายนี้ ว่าที่ ร.ท. อลงกต ถนอมสุข ผู้อำนวยการศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวสกลนคร อธิบายอีกว่า การรวมกลุ่มเป็นนาแปลงใหญ่ ยังช่วยเพิ่มอำนาจต่อรองให้กับเกษตรกร รวมทั้งยังช่วยให้เข้าถึงแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยราคาถูก จากหน่วยงานของรัฐอีกด้วย
"ก็เชิญชวนพี่น้องเกษตรกรนะครับ ที่ยังไม่ได้เข้าร่วมโครงการที่สนใจที่จะรวมกลุ่มกันเข้ามา ซึ่งโครงการนาแปลงใหญ่ทางกรมการข้าวเองยังสนับสนุนให้พี่น้องเกษตรกรได้แจ้งความประสงค์เข้ามา โดยติดต่อได้ที่สำนักงานเกษตรอำเภอ สำนักงานเกษตรจังหวัด หรือศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าว ศูนย์วิจัยข้าวใกล้บ้านท่านได้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปเลยครับ"
ทั้งหมดนี้ เป็นอีกหนึ่งเรื่องราวความร่วมมือของเกษตรกรนาแปลงใหญ่ ที่ประสบความสำเร็จสามารถพึ่งพาตนเองได้ สร้างความมั่นคงในอาชีพได้อย่างยั่งยืน.