กรมชลฯ บูรณาการขับเคลื่อนเสริมสร้างการบริหารจัดการน้ำฯแบบยั่งยืน

เกษตร20 เม.ย. 2566 • 09:33 น.
กรมชลฯ บูรณาการขับเคลื่อนเสริมสร้างการบริหารจัดการน้ำฯแบบยั่งยืน

วันที่ 20 เม.ย.66 ณ ห้องประชุมกรม ชั้น3 อาคารอำนวยการ กรมชลประทาน นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมโครงการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันต่อผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในประเทศไทย ด้วยการบริหารจัดการน้ำที่มีประสิทธิภาพและการเกษตรแบบยั่งยืน (Enhancing Climate Resilience in Thailand through Effective Water Management and Sustainable Agriculture) โดยมี ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน นายสุรชาติ มาลาศรี ผู้อำนวยการสำนักบริหารโครงการ พร้อมด้วยผู้แทนจากสำนักงานโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (United Nations Development Programme: UNDP), องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศเยอรมัน (GIZ) และผู้แทนจากหน่วยงานภายใต้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้าร่วมประชุม  

ทั้งนี้ กรมชลประทาน ได้เข้าร่วมโครงการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันต่อผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในประเทศไทย ด้วยการบริหารจัดการน้ำที่มีประสิทธิภาพและการเกษตรแบบยั่งยืน (Enhancing Climate Resilience in Thailand through Effective Water Management and Sustainable Agriculture) ภายใต้ความร่วมมือระหว่างกรมชลประทาน สำนักงานโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (United Nations Development Programme: UNDP) และสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) ที่ได้รับการสนับสนุนเงินช่วยเหลือแบบให้เปล่าจากกองทุนภูมิอากาศสีเขียว (Green Climate Fund: GCF)

มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการบริหารจัดการน้ำ โดยคำนึงถึงสภาพภูมิอากาศและการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้อย่างเหมาะสม สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์  และกรมชลประทาน ในยุทธศาสตร์ที่ 1 สร้างความแข็งแรงให้กับเกษตรกรและสถาบันเกษตร ยุทธศาสตร์ที่ 3 เพิ่มความสามารถในการแข่งขันภาคการเกษตรด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม  ยุทธศาสตร์ที่ 4  การบริหารจัดการทรัพยากรการเกษตรและสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุลและยั่งยืน    มีพื้นที่เป้าหมายในการดำเนินโครงการฯ ในลุ่มน้ำยมและลุ่มน้ำน่าน (จังหวัดพิษณุโลก ,จังหวัดสุโขทัย,จังหวัดอุตรดิตถ์) เป็นพื้นที่นำร่องในการต่อยอดพัฒนาการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่อื่นๆ ให้สอดคล้องกับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงได้อย่างเหมาะสม   สามารถสร้างความมั่นคงทางด้านน้ำเพื่อสนับสนุนการเกษตร  สร้างรายได้ขยายอาชีพให้เกษตรกรได้มีการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น