ส.ป.ก. เร่งบูรณาการระบบจัดการน้ำฝ่าวิกฤตภัยแล้ง

เกษตร10 ม.ค. 2563 • 12:00 น.
ส.ป.ก. เร่งบูรณาการระบบจัดการน้ำฝ่าวิกฤตภัยแล้ง
ดร.วิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดิน เพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) เรียกประชุมปฏิรูปที่ดินจังหวัด 22 จังหวัด เพื่อติดตามและขับเคลื่อนโครงการแผนงานบูรณาการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในเขตปฏิรูปที่ดิน และโครงการพัฒนาแหล่งน้ำและระบบกระจายน้ำในเขตปฏิรูปที่ดินจังหวัด (Flagship Project) ณ ห้องประชุมไชยยงค์ ชูชาติ ส.ป.ก. ถนนราชดำเนินนอก กรุงเทพฯ ดร.วิณะโรจน์ กล่าวว่า ทั้งสองโครงการเป็นโครงการบูรณาการการพัฒนาแหล่งน้ำและการบริหารจัดการน้ำที่สำคัญ ซึ่งจะช่วยให้เกษตรกรในพื้นที่เขตปฏิรูปที่ดินมีแหล่งน้ำสำหรับใช้ทำการเกษตรและอุปโภคบริโภคอย่างเพียงพอ ประกอบกับภาวะภัยแล้งที่กำลังทยอยเกิดขึ้นในหลายพื้นที่ขณะนี้ ทำให้ ส.ป.ก. จังหวัดทุกจังหวัดต้องเร่งดำเนินการเรื่องนี้โดยเร็วเพื่อให้เกษตรกรมีน้ำกินน้ำใช้และผ่านพ้นภัยแล้งในปีนี้ให้ได้ แต่เนื่องจากเป็นโครงการเร่งด่วนและไม่สามารถรองบประมาณรายจ่ายประจำปีได้ ส.ป.ก. จึงขอรับการสนับสนุนงบประมาณ วงเงิน 82 ล้านบาท จากกองทุนการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมมาใช้ขับเคลื่อนทั้งสองโครงการนี้ก่อน สำหรับรายละเอียดโครงการบูรณาการการพัฒนาแหล่งน้ำและการบริหารจัดการน้ำ ทั้ง 2 โครงการนี้ ประกอบด้วย 1.โครงการแผนงานบูรณาการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในเขตปฏิรูปที่ดิน ประกอบด้วย 2 โครงการย่อย คือ 1.1 โครงการเพิ่มพื้นที่ชลประทานโดยการก่อสร้างแหล่งน้ำใหม่และปรับปรุงแหล่งน้ำเดิม จำนวน 33 โครงการ ในพื้นที่ 22 จังหวัด ประกอบไปด้วย เชียงใหม่ เพชรบูรณ์ กระบี่ กาฬสินธุ์ ฉะเชิงเทรา ชัยนาท ชุมพร นครราชสีมา นครสวรรค์ บึงกาฬ บุรีรัมย์ ประจวบคีรีขันธ์ พระนครศรีอยุธยา พะเยา พิษณุโลก สกลนคร สุโขทัย สุรินทร์ หนองคาย หนองบัวลำภู อุตรดิตถ์ และอุทัยธานี วงเงินรวม 38 ล้านบาท 1.2 โครงการการจัดระดับพื้นที่ตามศักยภาพในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อการพัฒนาในพื้นที่ 11 จังหวัด รวม 2 แผนงาน คือ 1.แผนงานการจัดทำแผนแม่บทการบริหารจัดการน้ำ 4 จังหวัด และ2.แผนงานสำรวจออกแบบแหล่งน้ำและการกระจายน้ำ 7 จังหวัด วงเงินรวม 44 ล้านบาท 2.โครงการพัฒนาแหล่งน้ำและระบบกระจายน้ำในเขตปฏิรูปที่ดินจังหวัด (Flagship Project) ซึ่งเป็นโครงการขุดลอกและขยายสระเก็บน้ำ จำนวน 7 แห่ง ในพื้นที่ 4 จังหวัด ได้แก่ พะเยา กำแพงเพชร พิจิตร และบุรีรัมย์ วงเงินรวม 5.8 ล้านบาท ทั้งนี้ เมื่อได้รับอนุมัติงบประมาณแล้ว ส.ป.ก.จะเร่งดำเนินการโครงการดังกล่าวให้แล้วเสร็จโดยเร็วที่สุด เพื่อให้เกษตรกรในพื้นที่เขตปฏิรูปที่ดินมีน้ำสำหรับใช้อุปโภคบริโภคและทำการเกษตรอย่างเพียงพอ และเพื่อให้เกษตรกรสามารถใช้ประโยชน์ในพื้นที่ได้อย่างสูงสุดและตรงกับวัตถุประสงค์ในการจัดสรรที่ดินให้เกษตรกรได้มีที่ทำกิน และสามารถอยู่ได้ อยู่ดี อยู่อย่างยั่งยืนในพื้นที่ต่อไป