พด. ดึงหมอดินอาสา เดินสายสร้างการรับรู้จัดการดินเพื่อเกษตรกรรมยั่งยืน
อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน สั่งการเจ้าหน้าที่ พด. หมอดินอาสาทั่วประเทศ เร่งรณรงค์สร้างการรับรู้การจัดการดินเพื่อเกษตรกรรมยั่งยืน
นางสาวเบญจพร ชาครานนท์ อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน เปิดเผยว่า ดินเป็นทรัพยากรธรรมชาติที่มีความสำคัญอย่างมาก โดยเฉพาะในด้านการทำเกษตรกรรม ซึ่งการใช้ดินในการปลูกพืชเป็นระยะเวลานานอีกทั้งปลูกพืชชนิดเดียวกันต่อเนื่องทำให้ดินเสื่อมสภาพลงจากการที่พืชนำธาตุอาหารไปใช้ และไม่ได้รับคืนความอุดมสมบูรณ์กลับสู่ดิน รวมถึงดินถูกชะล้างพังทลายอยู่ตลอดเวลา นอกจากนี้ ยังมีดินที่มีข้อจำกัดทางการเกษตรหรือดินปัญหาต่างๆ เช่น ดินเปรี้ยว ดินเค็ม ดินกรด โดยดินแต่ละชนิดจะมีวิธีการจัดการ ฟื้นฟูสภาพแตกต่างกันไป หากเกษตรกรขาดการจัดการที่เหมาะสม จะทำให้ดินเสื่อมโทรมความอุดมสมบูรณ์ต่ำ ส่งผลให้พืชที่ปลูกให้ผลผลิตลดลง ขณะที่เกษตรกรมักใช้ปุ๋ยเคมีหรือสารเคมีในปริมาณที่มากเกินความต้องการของพืช นอกจากทำให้สารเคมีตกค้างในดินเป็นสาเหตุให้ดินเสื่อมคุณภาพลง ยังเพิ่มต้นทุนการผลิตของเกษตรกรด้วย
ดังนั้น กรมพัฒนาที่ดินในฐานะหน่วยงานหลักในการพัฒนาทรัพยากรดินของประเทศไทย จึงได้มอบนโยบายให้สำนักงานพัฒนาที่ดินเขตทั้ง 12 แห่ง สถานีพัฒนาที่ดินทุกจังหวัด ตลอดจนหมอดินอาสาทั่วประเทศที่เป็นเครือข่ายในชุมชน ช่วยกันส่งเสริมให้เกษตรกรมีการบำรุงรักษาดินให้มีความอุดมสมบูรณ์ขึ้นโดยการใช้ที่ดินอย่างถูกวิธี ปรับปรุงบำรุงดินและมีการป้องกันการชะล้างพังทลายของดิน เพื่อที่จะสามารถใช้ประโยชน์จากพื้นดินได้อย่างยั่งยืนต่อไป ทั้งนี้ ยังได้รณรงค์ส่งเสริมความรู้เกี่ยวกับวิธีการสร้างความหลากหลายทางชีวภาพในดิน ซึ่งเป็นหัวข้อการจัดงานวันดินโลก ประจำปี 2563 ที่กลุ่มสมัชชาความร่วมมือทรัพยากรดินโลก (Global Soil Partnership : GSP) กำหนดจัดงานวันดินโลก 5 ธันวาคม 2563 ในหัวข้อ “Keep Soil Alive Protect Soil Biodiversity : รักษ์ปฐพี คืนชีวีที่หลากหลายให้ผืนดิน”
“ทรัพยากรดินก็เหมือนกับทรัพยากรอื่นๆ ถึงแม้ว่าจะใช้แล้วไม่ได้หมดไป แต่มีวันเสื่อมโทรม ดังนั้น การใช้ประโยชน์จากดินควรมีวิธีการและหลักการใช้ดินอย่างถูกต้องเหมาะสม เพี่อลดความสูญเสียที่จะตามมา เกษตรกรและประชาชนทั่วไปต้องตระหนักรู้ถึงความยั่งยืนในการใช้ประโยชน์จากดินที่จะส่งผลกระทบต่อความยั่งยืนทางเศรษฐกิจ ดังนั้น ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องต้องร่วมมือกันใช้ที่ดินให้ถูกต้องเหมาะสมกับศักยภาพของดิน ควบคู่กับการอนุรักษ์และคืนความอุดมสมบูรณ์ให้แก่ดิน รวมทั้งสร้างความหลากหลายทางชีวภาพในดิน ทำให้ใช้ประโยชน์ที่ดินได้อย่างยั่งยืน นำไปสู่การสร้างความมั่นคงทางอาหารได้อีกด้วย” อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน กล่าวทิ้งท้าย