หมอดินอาสา อ.ศรีบรรพต ปรับปรุงบำรุงดิน เลิกใช้สารเคมี มุ่งขับเคลื่อนเกษตรอินทรีย์
ณ ศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อการพัฒนาที่ดิน แปลงนายทนงค์ แสงเกิด หมอดินอาสาประจำอำเภอศรีบรรพต โดยภายในที่ดินแปลงนี้ได้มีการผลิตปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูง น้ำหมักชีวภาพ ไว้ใช้ในการปรับปรุงบำรุงดิน ให้กับพืชผักและนาข้าว ก็จะส่งผลให้ผลผลิตมีคุณภาพดี ช่วยลดต้นทุนการผลิต และยังส่งผลต่อความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อม
นางกัญญาภัค เกษตรสุนทร ผู้อำนวยการสถานีพัฒนาที่ดินพัทลุง กล่าวว่า ในพื้นที่จังหวัดพัทลุง พื้นที่การเกษตรมีทั้งหมด 2.14 ล้านกว่าไร่ เป็นพื้นที่ยางพารา ประมาณ 9 แสนกว่าไร่ ที่เหลือก็จะเป็นนาข้าวและแปลงไม้ผล พืชผัก นโยบายของจังหวัดพัทลุง ได้ขับเคลื่อนให้เป็นพื้นที่เกษตรอินทรีย์ 1.3 ล้านไร่ โดยผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุงได้ประกาศนโยบายอย่างเด่นชัดเลยว่าเราจะเป็นเมืองเกษตรอินทรีย์ ในพื้นที่ภาคใต้
ด้านนางสาวนิภาพร ชูกิจ นักวิชาการเกษตรชำนาญการพิเศษ สถานีพัฒนาที่ดินพัทลุง กล่าวว่า ลักษณะดินในพื้นที่ของหมอดินทนงค์ เป็นกลุ่มชุดดินที่ 39 ชุดดินคอหงษ์ เป็นดินร่วนปนทราย มีอินทรียวัตถุต่ำ ความอุดมสมบูรณ์มีน้อย เดิมมีการสนับสนุนให้ปลูกหญ้าแฝก เพื่อปรับโครงสร้างดิน ตามด้วยปัจจัยต่างๆ เช่น ปุ๋ยพืชสดปรับปรุงบำรุงดิน ต่อด้วยการทำปุ๋ยหมัก มีการแนะนำให้ใช้น้ำหมักชีวภาพ หรือว่าสารเร่งพด.7 สำหรับไล่แมลง ในการกำจัดศัตรูพืช หมอดินอาสาทนงค์ ได้รับคัดเลือกให้เป็นหมอดินอาสาประจำหมู่บ้านในปี 2541 พบว่าพื้นที่ของตัวเองที่เป็นยางพาราจำนวน 10 ไร่ ลำต้นมีลักษณะแคระแกร็น เจริญเติบโตไม่ดี เลยตัดสินใจเข้าร่วมโครงการ มีการขุดคูยกร่อง มีการจัดทำระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ หลังจากนั้นก็ได้มีการช่วยในการปรับปรุงบำรุงดิน เมื่อมีการปรับปรุงบำรุงดินมาเรื่อยๆ สุดท้ายคือเลิกใช้สารเคมี หรือว่าปุ๋ยเคมีไปเลย เพราะว่าได้มีการนำผลิตภัณฑ์ต่างๆ ของกรมพัฒนาที่ดินมาใช้ ทำให้ดินดีขึ้น ช่วยให้ลดต้นทุน เดิมหมอดินทนงค์จะมีการใช้สารเคมีในแปลง แต่หลังจากที่ได้รับการถ่ายทอดความรู้แล้ว ก็ได้นำความรู้นั้นมาถ่ายทอดให้กับคนอื่น และปรับปรุงในพื้นที่ของตนเอง
เรื่องการลดต้นทุน อันดับแรกเลย หมอดินอาสามีการเลี้ยงหมู ซึ่งมูลของหมูตรงนี้ สามารถเอามาทำเป็นปุ๋ยหมักได้ ลดในเรื่องของการใช้ปุ๋ยเคมีไปเลย และเช่นการนำวัชพืชอย่างเช่นผักตบชวา ที่ขึ้นในสระก็จะเอา ซากผักตบ มาคลุมเพื่อใช้ในการรักษาความชื้นให้กับดิน พอนานไปก็จะมีการย่อยสลาย ก็เป็นปุ๋ยให้กับดินได้ เป็นการเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ โดยไม่ต้องลงทุน ไม่ต้องซื้อ
ส่วนที่อยากให้เพิ่มเติมก็คือลักษณะดินที่ดีแล้ว จะทำอย่างไรให้ยั่งยืนก็คือใช้เรื่องของเกษตรอินทรีย์เข้ามาช่วย ก็คือมีการผลักดันให้ได้การรับรองมาตรฐานอินทรีย์ ในส่วนของตลาด ส่งเสริมให้มีการขายออนไลน์ และสุดท้ายก็คือสนับสนุนให้มีการขับเคลื่อน ให้เป็นรูปแบบกลุ่มได้ต่อเนื่อง
ขณะที่นายทนงค์ แสงเกิด หมอดินอาสา อ.ศรีบรรพต จ.พัทลุง กล่าวว่า กรมพัฒนาที่ดิน ได้มาแนะนำในการปรับปรุงดิน ก็ทำมาตลอดเพราะต้องการให้ที่ดินตรงนี้ของตัวเองอุดมสมบูรณ์ ปลูกอะไรก็ได้ตามความต้องการ รายได้มีมากหลายชนิด ได้จากปาล์มบ้าง และพืชอายุสั้น ได้รายได้จากการเลี้ยงปลาดุก แล้วก็การขายปุ๋ยหมัก แบบนี้เราก็อยู่ได้แล้วเพราะว่า เรามาทำเกษตรพอเพียง เราไม่ต้องนึกถึงเรื่องอื่นเราต้อง นึกถึงความปลอดภัยไว้ก่อน ส่วนใหญ่เราก็จะทำขายในบ้าน ตลาดใกล้ ๆ เพราะอยากให้คนเขาได้กิน ผักที่ปลอดสารพิษ เพราะเราคำนึงถึงผู้บริโภคด้วยที่เราทำปลูกผักแบบนี้
ถึงเรารายได้ไม่มากแต่ว่า มันลดต้นทุน ข้าวสาร กุ้งหอยปูปลา เราไม่ต้องซื้อ ได้วันหนึ่ง 400-500 ก็อยู่ได้แล้วโดยไม่ต้องเดือดร้อนความเป็นอยู่ของครอบครัว การที่มาเป็นหมอดินอาสา ทำมาหลายปี แล้วเราก็มีความรู้หลายอย่างแล้วใช่มั้ย เขาก็มาตั้งเป็นศูนย์เรียนรู้พัฒนาที่ดิน แล้วก็มีคนมาศึกษาดูงาน วิทยากร แล้วหลังจากนั้นก็ ออกไปเป็นวิทยากร แนะนำผู้อื่น หลายอำเภอ ในจังหวัดพัทลุง และเค้ามาศึกษาดูงานทางจังหวัด ในศูนย์เราก็เป็นวิทยากรบรรยาย ให้เขาได้รับรู้ ที่เป็นวิทยากรมาแล้ว ที่เขามาอบรมมาฟัง เค้าก็มาดูพื้นที่แล้ว ก็หลายครอบครัวที่เขากลับไปทำเขาสำเร็จอย่างเช่นเขาทำอาชีพอื่นก็เปลี่ยนอาชีพใหม่ เราก็ภูมิใจแล้วที่เราได้เป็นวิทยากรแนะนำคนอื่นให้เขาได้ทำงานต่อไป