- โฆษณา -

อ.ส.ค.CSR-DIW Continuous Award 2022 ยืนหนึ่งด้านมาตรฐานความรับผิดชอบต่อสังคม 

เกษตร13 ต.ค. 2565 • 08:51 น.
อ.ส.ค.CSR-DIW Continuous Award 2022 ยืนหนึ่งด้านมาตรฐานความรับผิดชอบต่อสังคม 

ปัจจุบันแนวโน้มการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมไม่ได้แข่งขันกันที่ตัวเลขทางด้านเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียว แต่ยังต้องมีการเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีแก่ภาคผู้ประกอบการในด้านการดูแลสิ่งแวดล้อมและชุมชนด้วยสำนึกรับผิดชอบต่อสังคมด้วย การประกอบกิจการอุตสาหกรรมจึงจำเป็นต้องได้รับความไว้วางใจจากภาคประชาชน พึ่งพาอาศัยเกื้อกูลกันและสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างปกติสุขนับเป็นอีกหัวใจสำคัญที่ผลักดันให้องค์กรประสบความสำเร็จทางธุรกิจและการได้รับการยอมรับจากสาธารณชนอย่างภาคภูมิใจ  

นายสมพร ศรีเมือง ผู้อำนวยการองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) กล่าวว่า จากความมุ่งมั่นในการรักษามาตรฐานการดำเนินธุรกิจโดยคำนึงถึงความยั่งยืนร่วมดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อม รวมถึงส่งเสริมให้พนักงานมีส่วนร่วมดูแลชุมชนและอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขในฐานะสมาชิกของชุมชน ตลอดจนการปฏิบัติตามมาตรฐานความรับผิดชอบของผู้ประกอบการอุตสาหกรรมที่มีต่อสังคมอย่างต่อเนื่อง ทำให้อ.ส.ค.ในฐานะผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์นมภายใต้แบรนด์ไทย-เดนมาร์คคว้ารางวัลและเกียรติบัตร“CSR-DIW Continuous Award 2022” ในโครงการส่งเสริมโรงงานอุตสาหกรรมให้มีความรับผิดชอบต่อสังคมและชุมชนเพื่อเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน  ประจำปี 2565 ที่จัดขึ้นโดยกรมโรงงานอุตสาหกรรมทั้ง 5 โรงงาน โดยสำนักงาน อ.ส.ค.ภาคกลาง (โรงงานนมมวกเหล็ก)  จ.สระบุรีได้รับรางวัลดังกล่าวต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ส่วนอีก 4 โรงงานได้รับต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ได้แก่ สำนักงาน อ.ส.ค.ภาคใต้ (โรงงานนมปราณบุรี) จ.ประจวบคีรีขันธ์  สำนักงาน อ.ส.ค.ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (โรงงานนมขอนแก่น) จ.ขอนแก่น สำนักงาน อ.ส.ค.ภาคเหนือตอนล่าง (โรงงานนมสุโขทัย)  จ.สุโขทัยและสำนักงาน อ.ส.ค.ภาคเหนือตอนบน (โรงงานนมเชียงใหม่) จ. เชียงใหม่  ซึ่งการได้รับรางวัลในครั้งนี้ตอกย้ำมาตรฐานดำเนินกิจการด้วยความรับผิดชอบต่อสังคมและชุมชนอย่างยั่งยืนของอ.ส.ค.ที่มียังคงรักษามาตรฐานไว้อย่างต่อเนื่อง  โดยในส่วนของอ.ส.ค.มีแผนยกระดับโรงงานทั้ง5แห่งก้าวสู่โรงงานอุตสาหกรรมเชิงนิเวศหรืออีโคแฟคตอรี่ ซึ่งมุ่งเน้นให้โรงงานมีระบบการบริหารจัดการที่ดี มีการใช้ทรัพยากรและพลังงานอย่างคุ้มค่า  ก่อให้เกิดของเสียน้อยที่สุดและมีความเกื้อกูลกับสังคมและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย

- โฆษณา -

นายสมพร กล่าวต่อด้วยว่า ด้วยปัจจุบันแนวโน้มการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมไม่ได้แข่งขันกันที่ตัวเลขทางด้านเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียวแต่ยังต้องมีการเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีแก่ภาคผู้ประกอบการในด้านการดูแลสิ่งแวดล้อมและชุมชนด้วยสำนึกรับผิดชอบต่อสังคมด้วย  การประกอบกิจการอุตสาหกรรมจึงจำเป็นต้องได้รับความไว้วางใจจากภาคประชาชน พึ่งพาอาศัยเกื้อกูลกันและสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างปกติสุขด้วย  

“ที่ผ่านมาอ.ส.ค.ได้ให้ความสำคัญในการดำเนินงานด้านความรับผิดชอบต่อสังคมอย่างต่อเนื่อง โดยให้นโยบายโรงงานนมทั้ง 5แห่งจัดกิจกรรมเพื่อการอยู่ร่วมกันระหว่างโรงงานและชุมชนได้อย่างยั่งยืน  พร้อมสนับสนุนการดำเนินงานตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน  เช่น การนำวัตถุดิบหรือวัสดุเหลือใช้จากกระบวนการผลิตนำไปสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ของชุมชน  เช่น การนำน้ำนมที่สูญเสียจากกระขบวนการผลิตมาทำปุ๋ยนมสด

สำหรับรางวัล CSR-DIW Continuous Award 2022 เป็นโครงการที่สอดคล้องกับนโยบายเศรษฐกิจหมุนเวียนที่รัฐบาลกำลังดำเนินการ  ซึ่งกรมโรงงานอุตสาหกรรมจัดขึ้นเพื่อรณรงค์และส่งเสริมให้โรงงานอุตสาหกรรมด้านต่างๆลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ส่งเสริมความปลอดภัย และมีความรับผิดชอบต่อสังคม ทำให้ภาคอุตสาหกรรมสามารถอยู่ร่วมกับชุมชนและสังคมได้อย่างยั่งยืน  

สำหรับกิจกรรมเด่นๆที่แต่สำนักงานดำเนินการจนเป็นที่ยอมรับของสังคมและชุมชน อาทิ สำนักงาน อ.ส.ค.ภาคกลาง (โรงงานนมมวกเหล็ก)  กิจกรรมหลักในปี 2563 คือ โครงการสุขภาพดี สร้างด้วยรัก และผูกพัน โครงนี้จะส่งเสริมให้พนักงานได้ออกกำลังกายและมีเรื่องของการรณรงค์ ลด ละ  เลิก บุหรี่และแอลกอฮอล์ และอีกโครงการคือนำเอานมที่เสียที่เสื่อมสภาพแล้วมาทำเป็นปุ๋ยแล้วนำไปรดแปลงผักที่เราปลูก ผลผลิตที่ได้ก็จะนำเอามาบริโภคถ้าเหลือก็ขายให้ชุมชน ส่วนปี25 64 ได้ปรับปรุงโรงอาหารของภาคกลางให้เป็นสถานที่ที่ให้พนักงานได้ทานอาหารอย่างมีความสุข และโครงการร่วมกับชุมชนให้ชุมชนนำผลิตภัณฑ์มาจำหน่ายในบริเวณหน้าโรงงาน เช่น ผัก สินค้า โอท็อป อาทิตย์ละ 2 วันส่วนปี 2565 ส่วนด้าน Eco อยู่ระหว่างการติดตั้ง Solar Loop พลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งถือเป็นโครงการต้นแบบของอ.ส.ค. ตอนนี้อยู่ระหว่างเจรจากับชุมชนว่าจะต่อยอดหรือว่าขยายไปสู่ชุมชนได้ยังไง เพื่อจะลดพลังงานในส่วนของพลังงานไฟฟ้า รวมทั้งเตรียมทำประชาวิจารณ์กับทางชุมชนอยู่ในรอบโรงงานในการผลักดันเป็นต้นแบบที่ขยายไปสู่ชุมชนซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี 2565นี้โดยโครงการดังกล่าวสามารถลดพลังงาน กระแสไฟฟ้า ประมาณ 10-15%  เป็นต้น

ส่วนสำนักงาน อ.ส.ค.ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (โรงงานนมขอนแก่น)  จ.ขอนแก่น  กิจกรรมเด่นๆ ได้แก่ โครงการสวนผักมีปันสุข  โครงการผลิตปุ๋ยอินทรีย์จากน้ำนมโคซึ่งทั้ง 2โครงการได้ขยายผลไปในโรงเรียนในชุมชน เพื่อเป็นอาหารกลางวันให้กับนักเรียนและที่น่าภาคภูมิใจไปกว่านั้นคือขณะนี้อ.ส.ค.ได้เข้าไปส่งเสริมการทำปุ๋ยนมสดให้กับกลุ่มปลูกผู้ผักในชุมชนโดยผลผลิตที่ได้นำจำหน่ายในโลตัสสร้างรายได้ที่ยั่งยืนให้กับชุมชนใกล้โรงงาน

ในขณะสำนักงาน อ.ส.ค.ภาคใต้ (โรงงานนมปราณบุรี) จ.ประจวบคีรีขันธ์ กิจกรรมเด่นคือ นำกล่องนมที่โรงเรียนไปทิ้งนำมา repost state กลับมาใช้ และการมอบอุปกรณ์สำหรับป้องกันการแพร่ระบาดโควิด-19 ให้กับกับนักเรียนเพื่อลดค่าใช้จ่ายของผู้ปกครอง และอีกโครงการคือการส่งเสริมการผลิตปุ๋ยนมสดในโรงเรียนในรัศมี 5กิโลเมตร  เพื่อให้โรงเรียนสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการปลูกพืชผักสำหรับอาหารกลางวันให้นักเรียนต่อไป รวมทั้งมีแผนระดับCSR สู่อีโคแฟคตอรี่ โดยการเร่งปรับปรุงและเพิ่มเติมระบบบำบัดน้ำเสียของโรงงานไม่ให้กระทบต่อชุมชนและจะก้าวต่อไปสู่โรงงานสีเขียวต่อไป

ที่สำนักงาน อ.ส.ค.ภาคเหนือตอนล่าง (โรงงานนมสุโขทัย) มีกิจกรรมที่สำคัญคือ  การส่งเสริมเชิงเกษตรแก่คนในชุมชน อาทิ การทำปุ๋ยโดยใช้น้ำนมที่เสื่อมคุณภาพ การเชิญกรมพัฒนาที่ดินมาฝึกอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับการทำปุ๋ยโดยผสมกับพด.ของกรมพัฒนาที่ดิน เพื่อเป็นการลดต้นทุนในเรื่องของปัจจัยการผลิต ให้เกษตรกรในชุมชน  เนื่องจากพื้นที่จังหวัดสุโขทัยมีพื้นที่ปลูกข้าว ปลูกพริก ปลูกมะม่วงเยอะ  การแจกหน้ากากอนามัยให้กับคนในชุมชน การพัฒนาบูรณะวัดร่วมกับชุมชนตลอดจนพัฒนาชุมชนรอบข้างโรงงาน การถ่ายทอดการทำบัญชีให้กับชุมชนและการส่งเสริมด้านกีฬา   เป็นต้น   ส่วนด้าน CSR จะเน้นกิจกรรมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอย่างครบทั้งวงจร  รวมทั้งพัฒนานำเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆเพื่อพัฒนาให้เกิดความยั่งยืนรวมทั้งการต่อยอดไปสู่ Eco Factory ในอนาคต เป็นต้น