ชป. พร้อมรับมือ หลังกรมอุตุฯ เตือนภาคใต้ฝั่งตะวันออก มีฝนตกหนัก 1-2 ธ.ค.นี้

เกษตร1 ธ.ค. 2564 • 09:55 น.
ชป. พร้อมรับมือ หลังกรมอุตุฯ เตือนภาคใต้ฝั่งตะวันออก มีฝนตกหนัก 1-2 ธ.ค.นี้
กรมชลประทาน เฝ้าระวังและรับมือฝนตกหนักวันที่ 1-2 ธันวาคมนี้ สั่งโครงการชลประทานพื้นที่เสี่ยง เตรียมเครื่องจักรเครื่องมือ พร้อมเจ้าหน้าที่จับตาสถานการณ์น้ำตลอด 24 ชั่วโมง วันที่ 1 ธ.ค.64 นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า ตามที่ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันออก ได้มีประกาศ ฉบับที่ 6 (51/2564) ลงวันที่ 1 ธันวาคม 2564 แจ้งหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงที่ปกคลุมภาคใต้ตอนกลางได้เคลื่อนตัวลงสู่ทะเลอันดามัน ส่งผลให้ช่วงวันที่ 1–2 ธันวาคม 2564 ภาคใต้ฝั่งตะวันออกยังคงมีฝนตกหนักหลายพื้นที่และมีฝนตกหนักมากบางแห่ง ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากและน้ำล้นตลิ่ง นั้น ศูนย์บริหารจัดการน้ำส่วนหน้าในพื้นที่ภาคใต้ กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ ได้ประเมินและวิเคราะห์สถานการณ์น้ำจากฝนคาดการณ์ (ONE MAP) พบว่ามีพื้นที่เสี่ยงและเฝ้าระวังน้ำหลาก ดินถล่ม บริเวณอำเภอสวี อำเภอทุ่งตะโก อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร จังหวัดสุราษฎร์ธานี จังหวัดระนอง จังหวัดตรัง พร้อมเฝ้าระวังอ่างเก็บน้ำที่มีปริมาณน้ำเกินเกณฑ์ระดับควบคุม เสี่ยงน้ำล้นกระทบพื้นที่บริเวณท้ายอ่างเก็บน้ำ อาทิ อ่างเก็บน้ำคลองหาดส้มแป้น จังหวัดระนอง อ่างเก็บน้ำห้วยลึก อ่างเก็บน้ำคลองหยา อ่างเก็บน้ำบางกำปรัด และอ่างเก็บน้ำคลองแห้ง จังหวัดกระบี่ อ่างเก็บน้ำบางวาด และอ่างเก็บน้ำบางเหนียวดำ จังหวัดภูเก็ต นอกจากนี้ ยังเตือนให้เฝ้าระวังระดับน้ำล้นตลิ่ง และน้ำท่วมขังบริเวณที่ลุ่มต่ำ เนื่องจากระดับน้ำมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น 0.50–1.00 เมตร บริเวณคลองชุมพร อำเภอเมืองชุมพร คลองหลังสวน อำเภอหลังสวน คลองสวี อำเภอสวี จังหวัดชุมพร คลองอิปัน อำเภอพระแสง แม่น้ำตาปี อำเภอเวียงสระ อำเภอพระแสง อำเภอพุนพิน และอำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี จังหวัดสุราษฎร์ธานี แม่น้ำตรัง อำเภอรัษฎา และอำเภอวังวิเศษ จังหวัดตรัง ปัจจุบันมีน้ำหลากข้ามถนนทางหลวงหมายเลข 41 สูงประมาณ 0.30–0.80 เมตร บริเวณจุดตัดคลองหลังสวนและคลองสวี ในเขตพื้นที่อำเภอสวี อำเภอหลังสวน และอำเภอเมืองชุมพร จังหวัดชุมพร ทั้งนี้ เพื่อเป็นการเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้น จึงได้สั่งการไปยังโครงการชลประทานในพื้นที่เสี่ยง ให้ติดตามสภาพอากาศและสภาพน้ำอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีฝนตกสะสมมากกว่า 90 มิลลิเมตร ในช่วงเวลา 24 ชั่วโมง และพื้นที่จุดเสี่ยงที่เคยเกิดน้ำท่วมอยู่เป็นประจำ พร้อมบริหารจัดการน้ำให้อยู่ในเกณฑ์ควบคุม เหมาะสมสอดคล้องกับสถานการณ์ รวมทั้งพิจารณาพร่องน้ำและเร่งระบายน้ำในลำน้ำ แม่น้ำสายต่างๆ ให้สอดคล้องกับการขึ้น-ลง ของระดับน้ำทะเล หมั่นตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงของอ่างเก็บน้ำ อาคารชลประทาน แนวคันบริเวณริมแม่น้ำ ให้พร้อมใช้งานได้อย่างเต็มศักยภาพ รวมทั้งกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้การระบายน้ำทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนเตรียมเครื่องจักรเครื่องมือ และความพร้อมของระบบสื่อสารสำรอง ไว้ในพื้นที่เสี่ยงที่สามารถเข้าไปให้ความช่วยเหลือและบรรเทาผลกระทบต่อประชาชนได้ทันที ที่สำคัญได้เน้นย้ำให้ทำการประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนสถานการณ์น้ำ ให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับรู้รับทราบอย่างต่อเนื่อง เพื่อเตรียมพร้อมในการอพยพได้ทันท่วงทีหากเกิดสถานการณ์