ดัน "ไข่น้ำ-คาเวียร์เขียว" อาหารแห่งอนาคต สร้างอาชีพใหม่เกษตรกรฝ่าวิกฤตโควิด

เกษตร23 ต.ค. 2564 • 15:48 น.
ดัน "ไข่น้ำ-คาเวียร์เขียว" อาหารแห่งอนาคต สร้างอาชีพใหม่เกษตรกรฝ่าวิกฤตโควิด
"เฉลิมชัย" รุกนโยบายอาหารแห่งอนาคต (Future Food) ส่งเสริม "ไข่น้ำ-คาเวียร์เขียว" (Green Caviar) เป็นซูเปอร์ฟู้ด (Super Food) ดาวรุ่งสร้างอาชีพใหม่ให้เกษตรกรฝ่าวิกฤตโควิด-19 "อลงกรณ์" เร่งขับเคลื่อนจับมือ 5 คลัสเตอร์สภาอุตสาหกรรม ผนึกพาณิชย์-หอการค้า ลุยตลาดโลก 6 ล้านล้านบาท วันที่ 23 ต.ค.64 นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในฐานะประธานคณะกรรมการความร่วมมือระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กรกอ.) เปิดเผยภายหลังกล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “ศักยภาพของไข่น้ำสำหรับเกษตรกรไทยและการส่งออก”ว่า ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้กำหนดนโยบายอาหารแห่งอนาคต (Future Food Policy) เป็นหนึ่งในนโยบายหลักเพื่อสร้างโอกาสใหม่ๆให้กับประเทศตลอดห่วงโซ่เกษตรและอาหารเป็นการตอบโจทย์ผู้บริโภคทั่วโลกในยุคนิวนอร์มอล (New Normal) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จึงร่วมมือกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยภายใต้การขับเคลื่อนของ”กรกอ.”เดินหน้าส่งเสริมพืชเศรษฐกิจตัวใหม่คือผำหรือไข่ผำหรือไข่น้ำ (Wolffia) ซึ่งเป็นพืชน้ำล้ำค่ามีฉายาว่า ”คาเวียร์เขียว” (Green Caviar) ได้รับการยอมรับจากทั่วโลกว่าเป็นสุดยอดซูเปอร์ฟู้ด (SuperFood) ของอาหารแห่งอนาคต (Future Food) โดยสนับสนุนตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ 1.การวิจัยและพัฒนาโดยศูนย์เทคโนโลยีเกษตรและนวัตกรรม (AIC)และสวก. 2.การส่งเสริมการผลิต โดยกรมส่งเสริมการเกษตร กรมส่งเสริมสหกรณ์ กรมประมง สปก. วิสาหกิจชุมชน เกษตรแปลงใหญ่ และเอสเอ็มอี.เกษตร 3.การแปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่มและสร้างแบรนด์ใน5คลัสเตอร์อุตสาหกรรม 4.การตลาดออนไลน์และออฟไลน์ทั้งตลาดในประเทศและตลาดต่างประเทศโดยกระทรวงพาณิชย์ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทยและหอการค้าไทย ตั้งเป้าเจาะตลาดมูลค่าสูงถึง 2 แสนล้านดอลล่าร์สหรัฐหรือ 6 ล้านล้านบาท "ผำ" เป็นพืชวัฒนธรรมและอาหารพื้นเมืองของไทยมาแต่โบราณกาล วันนี้กลายเป็นซูเปอร์ฟู้ดของโลกเพราะมีโภชนาการ(Nutrients)ครบถ้วนสูงมากที่สุดชนิดหนึ่งของโลกทั้งวิตามิน แร่ธาตุ ไฟเบอร์ โปรตีน ประกอบกับเป็นพืชน้ำทรงกลมขนาดจิ๋วจึงได้ฉายาว่า Green Caviar นับเป็นพืชที่อยู่ในกลุ่มนโยบาย อาหารแห่งอนาคต (Future Food) ซึ่งแบ่งเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่ 1.อาหารอินทรีย์ 2.อาหารเสริมสุขภาพ 3.อาหารทางการแพทย์ 4.อาหารนวัตกรรมใหม่ เราส่งเสริมสนับสนุนโดยร่วมมือกับสถาบันอาหาร กระทรวงอุตสาหกรรม และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ภายใต้ 5 กลุ่มอุตสาหกรรม ได้แก่ 1. อุตสาหกรรมอาหาร และ เครื่องดื่ม 2. อุตสาหกรรมอาหารเสริม 3. อุตสาหกรรมอาหารสัตว์และอาหารเสริม 4. อุตสาหกรรมยาและยาสัตว์ 5. อุตสาหกรรมเครื่องสำอางค์และบำรุงผิว นับเป็นพืชเศรษฐกิจตัวใหม่ที่มีอนาคตสามารถสร้างอาชีพใหม่ให้เกษตรกรฝ่าวิกฤติโควิด19เพราะเป็นที่ต้องการของตลาดทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ