ต่อยอดงานจัดทำระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ สู่เกษตรอินทรีย์
กรมพัฒนาที่ดิน โดยสถานีพัฒนาที่ดินราชบุรี สนับสนุนเกษตรกรจัดทำโครงการระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ ขุดยกร่องแปลงนาเพื่อให้เกษตรกรสามารถมีน้ำไว้ใช้ทางการเกษตร และปลูกหญ้าแฝก เพื่อป้องกันการชะล้างพังทลายของหน้าดิน ซึ่งพื้นที่ของ นายสมารถ พยอมหอม หมอดินอาสาประจำตำบลเบิกไพร อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี แต่เดิมทำการเกษตรโดยใช้สารเคมี ทำมาเรื่อยๆจนส่งผลต่อร่างกาย สุขภาพย่ำแย่ลง และมีแนวคิดที่อยากจะปรับเปลี่ยนการทำเกษตรรูปแบบเดิม จึงได้ไปขอเข้าร่วมโครงการจัดทำระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ และต่อยอดมาเป็นเกษตรอินทรีย์จนถึงทุกวันนี้ เมื่อหันมาทำเกษตรอินทรีย์ สิ่งแรกที่ต้องคำนึงถึง คือ ดินดี น้ำดี และต้องใช้ความอดทนในการรอผลิตในช่วงแรก จนสามารถปลูกพืชอินทรีย์ที่หลากหลาย มีรายได้เพิ่มขึ้นจากเดิมเดือนละกว่าหมื่นบาท
นายสมารถ พยอมหอม หมอดินอาสาประจำตำบลเบิกไพร กล่าวว่า ตนทำการเกษตรมาเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว แต่ก่อนปลูกมะเขือขาย รายได้ประมาณ 2,000-3,000 บาทต่อวัน แต่เนื่องจากเป็นการปลูกมะเขือควบคู่กับการใช้สารเคมีมาตลอด ใช้ในปริมาณที่มากขึ้นทุกวัน จนกระทั่งไปตรวจสุขภาพแล้วพบว่ามีสารเคมีตกค้างในร่างกาย ทำให้ตนนั้นมีความคิดที่จะลด ละ เลิก การใช้สารเคมีทางการเกษตร เพราะกลัวร่างกายจะรับไม่ไหว อีกทั้งการใช้สารมีทางการเกษตรนั้น ตนเองไม่กล้าบริโภคมะเขือที่ปลูกเพราะรู้ว่าสารเคมีที่ใช้ฉีดไป มีปริมาณมากและอันตรายต่อร่างราย จนกระทั้งสถานีพัฒนาที่ดินราชบุรีได้เข้ามาให้เข้าร่วมโครงการงานจัดระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ และได้เป็นหมอดินอาสา ก็ได้ไปอบอมเรียนรู้การใช้ประโยชน์จากดิน การใช้เทคโนโลยีชีวภาพของกรมพัฒนาที่ดิน จากนั้นก็มีเจ้าหน้าที่จากสถานีพัฒนาที่ดินราชบุรี เข้ามาส่งเสริมงานจัดระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ จนกระทั้งต่อยอดมาทำเกษตรอินทรีย์ จนถึงทุกวันนี้ และได้ให้ความรู้แนวทางในการปลูกพืชที่เหมาะสมสำหรับพื้นที่ดิน
ซึ่งตอนนี้ได้ปลูกพืชผักแค่พอกิน ไม่ว่าจะเป็น มะเขือ หน่อไม้ มะละกอ หลังจากพอกินแล้ว หากผลผลิตที่ยังมีอยู่ก็จะแบ่งปันให้พี่น้องบ้านใกล้เรือนเคียง ได้บริโภคผักที่ปราศจากสารเคมี และเหลือจากนั้นก็จะขายออกสู่ตลาด ซึ่งตอนนี้คนหันกลับมาสนใจในเรื่องของสุขภาพมากยิ่งขึ้น ทำให้ผลผลิตในสวนอินทรีย์ เป็นที่ต้องการและเป็นที่ยอมรับของตลาดมากยิ่งขึ้น นอกจากจะปลูกพืชผักที่ได้กำไรงามแล้ว ในร่องสวนแปลงไผ่ ยังสามารถเลี้ยงหนูนาขายเป็นพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ตามออเดอร์ที่มีสั่งเข้ามาแทบทุกเดือน อีกทั้งยังเลี้ยงหอยขมที่ขายได้กิโลกรัมละกว่า 40 บาท เลี้ยงปลาซิว ปลาแขยง ในร่องน้ำแปลงนา ทำจนเห็นผลอย่างชัดเจนว่าพื้นที่ของนายสมารถ เป็นพื้นที่ที่ปลูกพืชอินทรีย์ ที่สามารถขยายผล ต่อยอดงานจัดทำระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ ของสถานีพัฒนาที่ดินราชบุรี
ผลตอบรับที่ได้จากการทำเกษตรอินทรีย์ แน่นอนว่าสุขภาพร่างกายของผู้ผลิตดีขึ้นอย่างแน่นอน และผู้บริโภคสามารถมั่นใจได้ว่าผลผลิตปลอดภัยจากสารเคมี สถานีพัฒนาที่ดินราชบุรี จึงเป็นแรงขับเคลื่อนหลักส่งเสริมเกษตรกร ภายในพื้นที่ให้เข้าร่วมโครงการเกษตรอินทรีย์ เพื่อให้เกษตรกร ลด ละ เลิก การใช้สารเคมีทางการเกษตร ลดต้นทุน เพิ่มมูลค่า เพิ่มคุณภาพ ของผลผลิตที่ได้จากสวนอินทรีย์ ที่เกษตรกรรังสรรค์ผลผลิตอันจะนำไปสู่การผลิตที่ปลอดภัยส่งตรงผลผลิตสู่มือผู้บริโภค