จากโกโก้พืชอนาคตสู่ฮับช็อกโกแลตอาเซียน ตอบโจทย์อุตสาหกรรมอาหารบนฐานเกษตรยุคโควิด ตอนจบ
เมื่อวันที่ 7 ก.ย. นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว เกี่ยวกับโกโก้พืชอนาคตสู่ฮับช็อกโกแลตอาเซียน ตอนจบ โดยระบุว่า...
“จากโกโก้พืชอนาคตสู่ฮับช็อกโกแลตอาเซียน ตอบโจทย์อุตสาหกรรมอาหารบนฐานเกษตรยุคโควิด” โดย อลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายเทคโนโลยีเกษตร4.0 …………(ตอนสุดท้าย)…………… ไฮไลท์ “... การเขียนเรื่องโกโก้และช๊อคโกแลตเป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งเพื่อสะท้อนหลักคิดหลักทำและวิสัยทัศน์ใหม่ๆ...” “... นโยบาย”พืชอนาคต(Future Crop Policy)คือนโยบายส่งเสริมพืชที่ได้รับการเลือกสรรว่ามีตลาดมีราคาที่มีเสถียรภาพและไทยแข่งขันได้ในระยะยาว...” “...ภายใต้วิกฤติโควิดโอกาสมาเยือนถึงประตูบ้านเรา ตัวเลขการส่งออกของไทยในไตรมาส2ติดลบมีเพียงการส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารที่เพิ่มขึ้นกว่า20% โลกต้องการอาหารและเราคือครัวของโลก..” “...เราต้องคิดนำโลก เมื่อ”ไทยปรับโลกเปลี่ยน” ไม่ควรคิดแค่ว่าเมื่อ”โลกเปลี่ยนไทยปรับ” หากคิดตรรกะแบบผู้ตามเช่นนี้ไม่ใช่วิสัยทัศน์ผู้นำ ทั้งที่ประเทศไทยเป็นประเทศผู้นำโลกด้านเกษตร(พืช-ปศุสัตว์-ประมง)และอาหาร ดูจีนเป็นตัวอย่างสามารถผงาดขึ้นมาได้ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพราะคิดแบบผู้นำไม่ใช่คิดแบบผู้ตาม..”  6. ฮับโกโก้-ช็อกโกแลตแห่งอาเซียน การตั้งเป้าหมายเป็นฮับโกโก้-ช็อคโกแลตของอาเซียนเพราะผมเชื่อมั่นในศักยภาพและความสามารถของประเทศไทยทั้งจุดที่ตั้งของประเทศ ความสามารถในการเพาะปลูกของเกษตรกร ความเข้มแข็งของระบบอุตสาหกรรมและการพาณิชย์โดยเฉพาะแบรนด์ความเป็นครัวโลกของไทยซึ่งในการบรรยายและปาฐกถาทุกครั้งผมจะบอกทุกคนให้รู้ว่าประเทศไทยของเรายิ่งใหญ่ขนาดไหนมีศักยภาพมากปานใดในด้านการเกษตรและอาหาร ยกตัวอย่างเช่น ในปี2560 ประเทศไทยของเราเป็นประเทศผู้ส่งออกอาหารอันดับ14ของโลก ปี2561 เราก้าวขึ้น2อันดับจากอันดับ14เป็นอันดับ12 มีเพียง2ประเทศที่ขยับขึ้น2อันดับในปี2561คือเม็กซิโกกับไทย และเป็นครั้งแรกที่แซงอินเดียขึ้นเป็นอันดับ2ของเอเซียเป็นรองแค่จีนเท่านั้น เราแซงอินเดีย ญี่ปุ่น เกาหลี อินโดนีเซีย มาเลเซีย เวียดนามและในปีถัดมาคือปี2562 เราขึ้นเป็นอันดับ11ของโลกและรักษาตำแหน่งอันดับ2ของเอเซียได้โดยอินเดียไม่สามารถชิงตำแหน่งคืนจากไทยและเป็นประเทศเดียวในโลกที่2ปีขึ้น3อันดับ นี่คือขีดความสามารถในการแข่งขันของเรา  7. บริหารโอกาสประเทศด้วย นโยบายA-FIT ภายใต้วิกฤติโควิดโอกาสมาเยือนถึงประตูบ้านเรา ตัวเลขการส่งออกของไทยในไตรมาส2ติดลบมีเพียงการส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารที่เพิ่มขึ้นกว่า20% โลกต้องการอาหารและเราคือครัวของโลก สอดรับกับรายงานล่าสุดขององค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ(FAO) ที่ว่า”ภายใต้วิกฤติโควิด-19ที่ระบาดไปทั่วโลกได้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อสถานการณ์ขาดแคลนอาหารในประเทศต่างๆโดยเฉพาะประเทศที่ผลิตอาหารได้ไม่เพียงพอต้องพึ่งพาการนำเข้า” สถานการณ์นี้บ่งชี้ระดับความรุนแรงยิ่งขึ้นเมื่อองค์การโครงการอาหารโลกของสหประชาชาติ(World Food Program: WFP)ระบุว่า “จำนวนประชากรโลกที่เผชิญภาวะขาดแคลนอาหารเพิ่มขึ้น2เท่าภายใน1ปีจากปี2562ถึงปี2563 ยุคโควิด โลกต้องการอาหารเพิ่มขึ้นในขณะที่การผลิตอาหารทั่วโลกได้รับผลกระทบจากมาตรดารควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด ส่วนในประเทศไทย โรงงานโดยเฉพาะเอสเอ็มอี.(SME) จำนวนมากปิดตัวเอง คนว่างงาน เศรษฐกิจถดถอยจะเดินหน้าประเทศไทยต่อไปอย่างไร คำตอบคือนโยบายแปลงโรงงานเหล่านั้นเป็นโรงงานผลิตอาหาร(Food Factory)บนฐานเกษตร (A-FIT:Agriculture & Food Industry Transformation Policy) โดยต้องมีกองทุนและสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ(soft loan)มีระยะปลอดเงินต้นและดอกเบี้ย5ปีแรกสำหรับเปลี่ยนเครื่องจักรและพัฒนาผู้ประกอบการแบบReskill & Upskillโดยให้กระทรวงพาณิชย์ชี้เป้าตลาดพร้อมกับส่งเสริมการลงทุนตั้งนิคมอุตสาหกรรมอาหารแบบFood Innopolisทุกภาคทุกกลุ่มจังหวัดตามศักยภาพของฐานการผลิตเกษตรทั้งพืชเศรษฐกิจเดิมและพืชอนาคตใหม่ๆซึ่งในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารAICผมได้มอบหมายภารกิจให้AIC77จังหวัด(แบ่งเป็น18กลุ่มจังหวัด) เสนอพื้นที่ที่เหมาะสมสำหรับการลงทุนนิคมอุตสาหกรรมอาหารโดยร่วมคิดร่วมทำกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยก่อนสรุปรายงานเสนอรัฐมนตรีเกษตรฯ.ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อนและรองนายกรัฐมนตรีจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ตามลำดับเพื่อเสนอคณะรัฐมนตรีต่อไป เป็นการบริหารโอกาสให้กับประเทศไทยของเราในภาวะวิกฤตโควิด  8. เริ่มวันนี้เพื่ออนาคต การเขียนเรื่องโกโก้และช๊อคโกแลตเป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งเพื่อสะท้อนหลักคิดหลักทำและวิสัยทัศน์ใหม่ๆโดยอธิบายการแปลงนโยบายต่างๆสู่ภาคปฏิบัติเป็นการขับเคลื่อนนโยบายพืชอนาคต(Future Crop)และนโยบายแปลงโรงงานเก่าสร้างโรงงานใหม่เป็นโรงงานอาหารบนฐานเกษตร(A-FIT: Agriculture & Food Industry Transformation Policy)เชื่อมโยงศูนย์เทคโนโลยีเกษตรและนวัตกรรม(ศูนย์AIC:Agritech and Innovation Center)และ”โมเดลเกษตร-พาณิชย์ทันสมัย”ตาม”ยุทธศาสตร์ตลาดนำการผลิต”บนความร่วมมือระหว่างกระทรวงเกษตรฯและภาคีภาคส่วนต่างๆภายใต้การนำของ”ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน” รัฐมนตรีเกษตรฯ.และรองนายกรัฐมนตรี “จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ “รัฐมนตรีพาณิชย์ เราต้องคิดนำโลก เมื่อ”ไทยปรับโลกเปลี่ยน” ไม่ควรคิดแค่ว่าเมื่อ”โลกเปลี่ยนไทยปรับ” หากคิดตรรกะแบบผู้ตามเช่นนี้ไม่ใช่วิสัยทัศน์ผู้นำ ทั้งที่ประเทศไทยเป็นประเทศผู้นำโลกด้านเกษตร(พืช-ปศุสัตว์-ประมง)และอาหาร ดูจีนเป็นตัวอย่างสามารถผงาดขึ้นมาได้ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพราะคิดแบบผู้นำไม่ใช่คิดแบบผู้ตาม ต้องเริ่มวันนี้เพื่ออนาคตโดยปรับโครงสร้างและระบบเศรษฐกิจใหม่ใช้”เกษตรและอาหาร”เป็นรากฐานใหม่ที่แข็งแกร่งสำหรับเพิ่มรายได้ประเทศ เกษตรกร ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเกษตรและผู้ส่งออกอย่างมั่นคงยั่งยืน และต้องบริหารโอกาสด้วยการลงมือทำทันทีครับ. …………………………………………………………… เกี่ยวกับผู้เขียน : นายอลงกรณ์ พลบุตร ความรู้:จบปริญญาตรีและโทจากธรรมศาสตร์และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ประกาศนียบัตรการศึกษาอบรมเกือบ10ประเทศ เช่นอเมริกา ญี่ปุ่น ปอร์ตุเกสฯลฯ เขียนหนังสือ4เล่ม และกำลังเขียนเล่มที่5”ประเทศไทยยิ่งใหญ่กว่าที่ใครคิด” ประสบการณ์:ส.ส.6สมัย สมาชิกรัฐสภาผู้ปฏิบัติงานดีเด่นที่สุด (ดาวเด่นแห่งปีของรัฐสภา) เจ้าของฉายามิสเตอร์เอทานอล(Mr.Ethanol) ผู้ก่อตั้งมูลนิธิสถาบันพลังงานทางเลือกแห่งประเทศไทย ผู้ก่อตั้งองค์กรพรรคการเมืองเสรีประชาธิปไตยแห่งเอเซีย(CALD) รมช.พาณิชย์ รมต.ศก.อาเซียน ประธานคณะกรรมการโลจิสติกส์การค้า ประธานคณะกรรมการบริหารนโยบายเศรษฐกิจสร้างสรรค์แห่งชาติ ผู้แทนหน่วยประจำชาติไทยของสหภาพรัฐสภาระหว่างประเทศ(IPU) ผู้ก่อตั้งBizclub สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศคนที่1 ปัจจุบัน:ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษครและสหกรณ์ ประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายเทคโนโลยีเกษตร4.0 ประธานคณะกรรมการความร่วมมือระหว่างกระทรวงเกษตรฯ.และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ประธานคณะกรรมการบริหารศูนย์เทคโนโลยีเกษตรและนวัตกรรม(AIC) รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์พรรค ที่ปรึกษาสันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ที่ประชุมการตั้งถิ่นฐานมนุษย์ของสหประชาชาติ(UN International Conference on Human Settlements) ผู้บรรยายพิเศษปริญญาเอกโทตรีของมหาวิทยาลัยและสถาบันการศึกษา ผู้บรรยายพิเศษ(อดีตและปัจจุบัน)หลักสูตรผู้บริหารระดับสูงภาครัฐและเอกชนเช่น วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร บยส.ของศาลยุติธรรม นธป.ของศาลรธน. วตท.วิทยาลัยตลาดทุน Tepcotของมหาวิทยาลัยหอการค้าและหอการค้าไทย วิทยาการตำรวจ สถาบันพระปกเกล้า หลักสูตรDigital Economy for Management ของมูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาองค์กรภาครัฐ(IRDP) ฯลฯ