"ธรรมนัส" แท็กทีม "นฤมล" ลุยอำนาจเจริญ มอบ ส.ป.ก.4-01-ปัจจัยการผลิต
"รมช.ธรรมนัส" แท็กทีม "รมช.นฤมล" ลงพื้นที่อำนาจเจริญมอบ ส.ป.ก.4-01 พร้อมมอบปัจจัยการผลิตให้เกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดิน
เมื่อวันที่ 10 ต.ค. ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วยศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงแรงงาน และคณะ ลงพื้นที่ตรวจราชการ และเป็นประธานพิธีมอบหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน (ส.ป.ก. 4-01) แก่เกษตรกร รเมื่อวันที่วมทั้งสิ้น 150 ราย 150 แปลง เนื้อที่ 590-2-64 ไร่ มอบบัตรดินดี จำนวน 10 ราย แหล่งน้ำในไร่นา นอกเขตชลประทาน จำนวน 10 ราย โดยมีนายทวีป บุตรโพธิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ กล่าวต้อนรับ และ ดร.วิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) กล่าวรายงาน ณ ศูนย์ประชุมพุทธอุทยาน อำเภอเมืองอำนาจเจริญ จังหวัดอำนาจเจริญ
จากนั้น ร.อ.ธรรมนัส ได้พูดคุยกับเกษตรกรที่มารอต้อนรับพร้อมเยี่ยมชมนิทรรศการ และการออกร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากเกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดิน โดยกล่าวว่า ยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มามอบหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในที่ดิน (ส.ป.ก.4-01) รวมทั้งปัจจัยการผลิตให้แก่เกษตรกร ซึ่งการได้รับมอบหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน ทำให้เกษตรกรได้รับโอกาสและความเสมอภาคทางสังคมมีที่ดินในการประกอบอาชีพเกษตรกรรม เมื่อเกษตรกรได้รับการอนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดินแล้ว เกษตรกรยังได้รับโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม ได้มีที่ทำกินอย่างถูกต้องตามกฎหมายในการประกอบอาชีพเกษตรกรรม
และด้วยนโยบายของรัฐบาลในเรื่องการให้ความช่วยเหลือเกษตรกรให้สามารถเข้าถึงแหล่งทุนและใช้ประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐานและปัจจัยผลผลิตต่างๆ รวมถึงนโยบายการฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและการรักษาสิ่งแวดล้อมเพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยกำหนดให้ส่งเสริมการบริหารจัดการน้ำทั้งระบบ แหล่งน้ำชุมชน ประกอบกับนโยบายเร่งด่วนในการเตรียมมาตรการรองรับภัยแล้งและอุทกภัย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จึงได้แต่งตั้งคณะทำงานแก้ไขปัญหาที่ดินด้านการเกษตร และงานพัฒนาด้านแหล่งน้ำจังหวัดอำนาจเจริญ อันจะทำให้เกษตรกรมีความเข้มแข็งและยั่งยืนในการประกอบอาชีพทางการเกษตร ก่อให้เกิดประโยชน์การใช้ที่ดินเพื่อเกษตรกรรมอย่างยั่งยืน
ด้านดร.วิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการ ส.ป.ก. กล่าวเพิ่มเติมว่า สำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดอำนาจเจริญ ได้ดำเนินการปฏิรูปที่ดิน ในพื้นที่เขตปฏิรูปที่ดินจังหวัดอำนาจเจริญ ตั้งแต่ ปี พ.ศ.2536 เป็นต้นมา มีเกษตรกรได้รับการคัดเลือกเข้าทำประโยชน์และรับมอบเอกสารสิทธิ ส.ป.ก. 4-01 แล้ว จำนวน 31,650 ราย 38,879 แปลง เนื้อที่ประมาณ 364,468 ไร่ นอกจากการจัดที่ดินทำกินให้เกษตรกรแล้ว ส.ป.ก. ยังมีภารกิจสำคัญในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเกษตรกรให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นหลังจากได้รับการจัดที่ดิน ไม่ละทิ้งถิ่นฐาน และอยู่กินในพื้นที่อย่างยั่งยืน ตนตราบชั่วลูกชั่วหลาน
“ทั้งนี้ เกษตรกรที่ได้รับสิทธิการใช้ประโยชน์ในที่ดินมีหน้าที่ที่จะต้องทำประโยชน์ในที่ดินด้วยตนเอง ไม่เปลี่ยนแปลงสภาพที่ดินจนทำให้ไม่เหมาะสมแก่การเกษตรกรรม รวมทั้งต้องมีหน้าที่ที่ต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดและเงื่อนไขต่างๆ ในการใช้ประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดินอย่างเคร่งครัดต่อไป”เลขาธิการ ส.ป.ก. กล่าว
และด้วยนโยบายของรัฐบาลในเรื่องการให้ความช่วยเหลือเกษตรกรให้สามารถเข้าถึงแหล่งทุนและใช้ประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐานและปัจจัยผลผลิตต่างๆ รวมถึงนโยบายการฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและการรักษาสิ่งแวดล้อมเพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยกำหนดให้ส่งเสริมการบริหารจัดการน้ำทั้งระบบ แหล่งน้ำชุมชน ประกอบกับนโยบายเร่งด่วนในการเตรียมมาตรการรองรับภัยแล้งและอุทกภัย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จึงได้แต่งตั้งคณะทำงานแก้ไขปัญหาที่ดินด้านการเกษตร และงานพัฒนาด้านแหล่งน้ำจังหวัดอำนาจเจริญ อันจะทำให้เกษตรกรมีความเข้มแข็งและยั่งยืนในการประกอบอาชีพทางการเกษตร ก่อให้เกิดประโยชน์การใช้ที่ดินเพื่อเกษตรกรรมอย่างยั่งยืน
ด้านดร.วิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการ ส.ป.ก. กล่าวเพิ่มเติมว่า สำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดอำนาจเจริญ ได้ดำเนินการปฏิรูปที่ดิน ในพื้นที่เขตปฏิรูปที่ดินจังหวัดอำนาจเจริญ ตั้งแต่ ปี พ.ศ.2536 เป็นต้นมา มีเกษตรกรได้รับการคัดเลือกเข้าทำประโยชน์และรับมอบเอกสารสิทธิ ส.ป.ก. 4-01 แล้ว จำนวน 31,650 ราย 38,879 แปลง เนื้อที่ประมาณ 364,468 ไร่ นอกจากการจัดที่ดินทำกินให้เกษตรกรแล้ว ส.ป.ก. ยังมีภารกิจสำคัญในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเกษตรกรให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นหลังจากได้รับการจัดที่ดิน ไม่ละทิ้งถิ่นฐาน และอยู่กินในพื้นที่อย่างยั่งยืน ตนตราบชั่วลูกชั่วหลาน
“ทั้งนี้ เกษตรกรที่ได้รับสิทธิการใช้ประโยชน์ในที่ดินมีหน้าที่ที่จะต้องทำประโยชน์ในที่ดินด้วยตนเอง ไม่เปลี่ยนแปลงสภาพที่ดินจนทำให้ไม่เหมาะสมแก่การเกษตรกรรม รวมทั้งต้องมีหน้าที่ที่ต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดและเงื่อนไขต่างๆ ในการใช้ประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดินอย่างเคร่งครัดต่อไป”เลขาธิการ ส.ป.ก. กล่าว