คอนแทรคฟาร์มหมูพลิกชีวิต...เปิด “ทองจอนฟาร์ม” เลี้ยงหมูเป็นมิตรกับชุมชน-สิ่งแวดล้อม

เกษตร4 ก.พ. 2562 • 19:05 น.
คอนแทรคฟาร์มหมูพลิกชีวิต...เปิด “ทองจอนฟาร์ม” เลี้ยงหมูเป็นมิตรกับชุมชน-สิ่งแวดล้อม
การเลี้ยงหมูหลังบ้าน 10-20 ตัว ที่ “ทองจอน มะโนลา” ยึดเป็นอาชีพมาหลายปี แต่ผลลัพท์กลับไม่ได้สวยงามอย่างที่หวัง ไหนต้องรับภาระต้นทุนที่ไม่แน่นอน แล้วยังมีความผันผวนด้านการตลาดอีก จึงไม่แปลกที่การเลี้ยงหมูเกือบทุกรุ่นแทบไม่พบกับคำว่า “กำไร” ไม่เสมอตัวก็ขาดทุน เพราะหมูที่เลี้ยงได้นั้นไม่มีคุณภาพ ทำให้เขาต้องมองหาโอกาสใหม่ๆให้กับตัวเอง แต่ด้วยอาชีพเกษตรกรทีทำมาแต่ดั้งเดิม จึงหนีไม่พ้นที่จะมองการทำเกษตรเป็นหลัก จนวันหนึ่งผ่านไปเห็นฟาร์มเลี้ยงหมูติดป้ายว่าโครงการฝากเลี้ยงหมูกับซีพีเอฟ เลยอดไม่ได้ที่จะถามหาเจ้าของฟาร์มเพื่อขอพูดคุยซักถามรายละเอียดหากต้องการเลี้ยงหมูแบบนี้บ้าง ทำให้รู้ว่ารูปแบบการเลี้ยงไม่ได้ยุ่งยาก เพียงมีที่ดินของตัวเองเพื่อสร้างฟาร์ม และก่อสร้างโรงเรือนเลี้ยงมาตรฐานของบริษัท โดยรับลูกหมูหย่านมมาเลี้ยงต่อเป็นหมูขุน ที่มีบริษัทเป็นตลาดรองรับผลผลิตทั้งหมดให้ จึงไม่ต้องกังวลว่าเลี้ยงหมูแล้วจะขายให้ใครเหมือนตอนที่เลี้ยงหมูหลังบ้าน ส่วนรายได้จะขึ้นอยู่กับความสามารถและความใส่ใจของตัวเอง ทองจอน เก็บข้อมูลทั้งหมดมาประมวลผล เปรียบเทียบกับการเลี้ยงหมูของตัวเอง แล้วก็ได้ข้อสรุปว่าต้องเริ่มต้นอาชีพใหม่ด้วยการเป็น เกษตรกรเลี้ยงหมู โครงการส่งเสริมอาชีพการเลี้ยงสุกรขุน แบบฝากเลี้ยง กับบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ กระทั่งเกิดเป็น “ทองจอนฟาร์ม” ต.ดู่น้อย อ.จตุรพักตร จ.ร้อยเอ็ด ฟาร์มเลี้ยงหมูขุน 500 ตัว ในปี 2546 “บางคนถามผมว่า ทำไมถึงกล้าลงทุนเลี้ยงหมูแบบนี้ ตอนนั้นกู้เงินมา 7 แสนบาท เพื่อลงทุนทำฟาร์มและสร้างโรงเรือนปิดแบบอีแวปมาตรฐาน แต่ผมมองกลับกันว่า ถ้าเลี้ยงหมูหลังบ้านไม่ต้องสร้างโรงเรือนให้ยุ่งยากแต่เราก็เสี่ยงทุกอย่าง ทั้งเรื่องการเติบโตของหมู เรื่องโรค ดินฟ้าอากาศ แล้วยิ่งได้เห็นความสำเร็จของเพื่อนเกษตรกรที่ทำฟาร์มกับบริษัทมาก่อนว่าเขาทำได้จริง สำเร็จจริง ผลผลิตดีจริง และกำไรจริง แล้วทำไมผมจะไม่ทำ”ทองจอน พูดด้วยรอยยิ้ม ด้วยประสบการที่สั่งสมจากการเลี้ยงหมูหลังบ้าน เมื่อนำมาประยุกต์กับองค์ความรู้ที่สัตวบาลซีพีเอฟนำมาถ่ายทอด เมื่อทฤษฏีกับภาคปฏิบัติมาเจอกัน ทุกอย่างก็ลงตัว ทั้งเรื่องการบริหารจัดการการเลี้ยง การดูแลสุขภาพหมู ยิ่งทองจอนเป็นคนช่างสังเกตทำให้สามารถเรียนรู้พฤติกรรมของหมูแต่ละอายุว่าชอบกินอาหารแบบไหน ชอบกินอาหารแห้งๆ แฉะหน่อย หรือกินแบบพอดีๆ ก็จะจัดการให้เหมาะสม เมื่อผนวกกับรูปแบบโรงเรือนที่เป็นแบบปิดที่สามารถปรับอากาศให้มีอุณหภูมิที่เหมาะสมกับหมู อย่างที่เขาเรียกว่า หมูนอนแอร์ ก็ยิ่งทำให้การเลี้ยงหมูดูง่ายกว่าแต่ก่อนมาก เพราะหมูอยู่สบายจึงกินอาหารดีไม่เจ็บป่วยง่าย การดูแลก็ง่ายตามไปด้วย “อีกข้อดีของระบบนี้คือ บริษัทจัดอบรมให้ความรู้แก่เกษตรกรต่อเนื่อง ผมจึงนำข้อมูลที่ได้รับคำแนะนำและได้แลกเปลี่ยนกับเพื่อนเกษตรกรมาปรับใช้ในฟาร์มของเรา นำมาทดลองทำจนได้สูตรเฉพาะของเรา วันนี้รู้สึกสบายใจกับการเลี้ยงหมู เพราะไม่ยุ่งยากเหมือนอย่างที่เลี่ยงเองแบบเมื่อก่อน บริษัทคอยดูแลและแนะนำทุกอย่าง ทั้งอาหารและปริมาณที่หมูต้องการซึ่งเหมาะกับการเจริญเติบโตของหมูในแต่ละช่วง หมูสามารนำอาหารไปเปลี่ยนเป็นน้ำหนักได้อย่างเหมาะสม ซึ่งเป็นเรื่องที่เราไม่เคยใส่ใจตอนเลี้ยงหมูหลังบ้าน เมื่อเอามาตรฐานมาจับ อาหารก็ไม่ต้องสูญเสีย ได้น้ำหนักเต็มเม็ดเต็มหน่วย จึงมีผลการเลี้ยงและรายได้ที่ดีมาตลอด จึงสามารถส่งเงินกู้หมดภายใน 7 ปีได้ตามที่ธนาคารกำหนด”ทองจอน บอก หลังจากเดินดูหมูในฟาร์มกันแล้วทองจอนยังพาไปดูระบบไบโอแก๊สที่ท้ายฟาร์ม เขาบอกว่าเริ่มสร้างระบบหลังเลี้ยงหมูได้ 1 ปีเต็ม เมื่อปี 2547 เมื่อเห็นว่ามีฟาร์มที่ทำระบบอยู่ก่อนแล้ว และสามารถนำแก๊สที่หมักได้มาเปลี่ยนเป็นพลังงานไฟฟ้า จึงลงทุนสร้างระบบทันที โดยใช้ภูมิปัญญาของตัวเองจากความรู้ด้านงานช่างที่มีอยู่ เขาพบว่าไบโอแก๊สช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านไฟฟ้าเป็นอย่างมาก จากที่เคยต้องเสียค่าไฟเดือนละ 13,000 บาท หลังใช้ระบบนี้มีค่าใช้จ่ายเพียง 7,500 บาท ช่วยประหยัดไปถึงกว่า 40% ที่สำคัญยังตอบโจทย์ความต้องการของเขา ที่อยากให้ฟาร์มตัวเองเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและชุมชนรอบข้าง ถึงแม้เมื่อ 15 ปีที่แล้ว ฟาร์มของเขาจะอยู่ห่างไกลชุมชนมากก็ตาม “วันนี้แม้ว่าชุมชนจะขยับเข้าใกล้เราก็ไม่มีปัญหาเพราะไบโอแก๊สเป็นระบบปิด ทำให้ไม่เพียงไม่มีกลิ่นและไม่มีแมลงวันรบกวนชุมชน ส่วนกากตะกอนผ่านการบำบัดที่ไม่มีกลิ่นหลงเหลือยังขายเป็นปุ๋ยสร้างรายได้เสริมอีก รวมถึงยังเอาไปแจกจ่ายให้ไร่อ้อยไร่มันข้างๆฟาร์ม รวมถึงน้ำบ่อสุดท้ายหลังการบำบัดที่มีแร่ธาตุเหมาะสมกับต้นพืช ยังเป็นน้ำปุ๋ยชั้นดีให้กับเพื่อนเกษตรกร ทำให้ผลผลิตพืชดีตามไปด้วย เพราะได้ปุ๋ยไปบำรุงดินและต้นพืช ช่วยลดค่าใช้จ่ายให้กับเพื่อนเกษตรกรได้อีกทาง”ทองจอน บอกอย่างภูมิใจ ทองจอน ชายวัย 50 พูดอย่างมั่นใจว่า เขาภูมิใจมากที่คนที่จบเพียง ป.4 แต่สามารถสร้างงานสร้างอาชีพที่มั่นคงยั่งยืน จับเงินปีละ 5-6 แสนจากการเลี้ยงหมู 2 รุ่นกว่าๆ และวันนี้กำลังจะส่งไม้ต่อให้กับลูกสาว ที่เริ่มเข้ามาฝึกฝนการเลี้ยงหมูขุน ที่สำคัญยังได้เปิดความสำเร็จของทองจอนฟาร์ม ให้เป็นสถานที่เรียนรู้แก่เกษตรกรรายอื่น และฝึกอบรมการจัดการไบโอแก๊สของกระทรวงพลังงานและมหาวิทยาลัยราชภัฎร้อยเอ็ด ทั้งหมดนี้คือผลจากความทุ่มเทและไม่หยุดเรียนรู้ของเกษตรกรผู้นี้