ศมข.สุโขทัย หนุนเกษตรกรเข้าร่วมโครงการนาแปลงใหญ่ ผลิตข้าวคุณภาพ สร้างรายได้ยั่งยืน

เกษตร3 ธ.ค. 2564 • 06:28 น.
ศมข.สุโขทัย  หนุนเกษตรกรเข้าร่วมโครงการนาแปลงใหญ่ ผลิตข้าวคุณภาพ สร้างรายได้ยั่งยืน
ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวสุโขทัย หนุนเกษตรกรเข้าร่วมโครงการนาแปลงใหญ่ ผลิตข้าวคุณภาพ เกษตรกรรวมกลุ่มที่เข้มแข็ง สู่การสร้างรายได้ที่ยั่งยืน วันที่ 3 ธ.ค.64 นายพนม แผลงฤทธิ์ ผู้อำนวยการศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวสุโขทัย กล่าวว่า กลุ่มเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการนาแปลงใหญ่กับศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวสุโขทัย ตั้งแต่เริ่มมีโครงการ ตั้งแต่ ปี 2559 จนถึงปัจจุบัน มีทั้งหมด 32 กลุ่ม เกษตรกรเข้าร่วม 1,378 ราย พื้นที่ 24,469.75 ไร่ โดยมีเงื่อนไขในการเข้าร่วมโครงการฯ คือ เกษตรกรต้องมีการรวมกลุ่มกัน ตั้งแต่ 30 คน ขึ้นไป และมีพื้นที่รวมกันไม่น้อยกว่า 300 ไร่ ซึ่งไม่จำเป็นต้องเป็นแปลงติดกันเป็นผืนเดียว แต่ควรมีพื้นที่อยู่ภายในชุมชนใกล้เคียงกัน เกษตรกรต้องสมัครใจเข้าร่วมโครงการ และต้องปฏิบัติตามระเบียบข้อตกลงที่กลุ่มได้ร่วมกันกำหนดขึ้นมา ซึ่งศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวสุโขทัย จะเข้าไปส่งเสริมสนับสนุน โดยการจัดเวทีชุมชนเพื่อสร้างความเข้าใจของสมาชิกในชุมชน และร่วมกันกำหนดกฎระเบียบของกลุ่ม เลือกตั้งกรรมการ ร่วมพิจารณาแผนการผลิต และกำหนดเทคโนโลยีที่เหมาะสมในการผลิต เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตข้าว และเพิ่มคุณภาพผลผลิตข้าว มีการจัดประชุมหน่วยงานภาคีร่วมกับผู้นำกลุ่มแปลงใหญ่ เพื่อชี้แจงการดำเนินงาน ติดตามให้คำแนะนำในการบริหารจัดการ รับทราบผลความก้าวหน้า ปัญหาอุปสรรคของหน่วยงานภาคีเครือข่าย และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในการดำเนินงาน ตลอดจนหาพันธมิตรในการผลิตและการตลาดข้าวในแต่ละชุมชน สนับสนุนเมล็ดพันธุ์ดี 20% ของพื้นที่รวมของกลุ่ม การถ่ายทอดความรู้ โดยการจัดเวทีเรียนรู้ตามกระบวนการโรงเรียนเกษตรกรด้านการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว และการผลิตข้าวตามมาตรฐาน GAP แบบกลุ่ม ด้วยระบบควบคุมภายใน Internal Control System (ICS) ในปี 2564 ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวสุโขทัย มีการวางเป้าหมายให้กับกลุ่มนาแปลงใหญ่ โดยการลดต้นทุนการผลิตต่อหน่วยผลผลิต และเพิ่มผลผลิตต่อไร่ วางแผนการผลิตเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต การบริหารจัดการด้านคุณภาพ และการจัดการด้านตลาดอย่างครบวงจร การเตรียมความพร้อมให้กลุ่มสามารถที่จะบริหารจัดการกลุ่มเองได้ โดยให้สมาชิกคัดเลือกผู้จัดการกลุ่มจากสมาชิกภายในกลุ่มของตนเอง ซึ่งเกษตรกรส่วนใหญ่จะให้ความร่วมมือกับกลุ่มเป็นอย่างดี และกลุ่มสามารถรวมกันได้อย่างเข้มแข็ง เพราะเล็งเห็นประโยชน์จากการรวมกลุ่มกันทำกิจกรรม แนะนำและสนับสนุนให้กลุ่มนาแปลงใหญ่ สมัครเข้าร่วมโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด ปี 2564 ซึ่งมีกลุ่มนาแปลงใหญ่ สนใจและสมัครเข้าร่วมโครงการฯ จำนวน 23 กลุ่ม เพื่อขอรับการสนับสนุนงบประมาณในการจัดซื้อเครื่องจักร เครื่องมือ และอุปกรณ์ที่ทันสมัย ตลอดจนปัจจัยการผลิต กลุ่มละไม่เกิน 3,000,000 บาท วงเงินงบประมาณที่ได้รับการสนับสนุนทั้งสิ้น 65,892,125 บาท โดยหลังจากเกษตรกรได้เข้าร่วมโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาดแล้ว เกษตรกรจะมีเครื่องจักร เครื่องมือที่ทันสมัย มีปัจจัยการผลิตต่างๆ มีการวางแผนการบริหารงานอย่างเป็นระบบ มีการจัดทำบัญชีควบคุมด้านการบริหารจัดการทุกด้าน เกษตรกรจะใช้เงินลงทุนน้อยลง มีรายได้เพิ่มมากขึ้น ผลตอบแทนจะเห็นเป็นรูปธรรม ส่งผลให้เกษตรกรให้ความร่วมมือกันในการบริหารจัดการตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายมากขึ้น ความเข้มแข็งในการรวมกลุ่มกันก็จะดีขึ้นตามไปด้วย