รู้ชัดแนวเขตฟาร์มไก่ "ปารีณา" 24 พ.ย.นี้ เลขาฯส.ป.ก.-อธิบดีกรมป่าไม้ ระดมทีมกฎหมาย เข้าตรวจสอบ

เกษตร21 พ.ย. 2562 • 13:57 น.
รู้ชัดแนวเขตฟาร์มไก่ "ปารีณา" 24 พ.ย.นี้ เลขาฯส.ป.ก.-อธิบดีกรมป่าไม้ ระดมทีมกฎหมาย เข้าตรวจสอบ
รู้ชัดแนวเขตฟาร์มไก่ "ปารีณา" 24 พ.ย.นี้ เลขาฯส.ป.ก.-อธิบดีกรมป่าไม้ ระดมทีมกฎหมาย ช่างรังวัด เดินพิกัดแนวเขตส.ป.ก.ป่าไม้ กว่า 1.7 พันไร่ ขยายกินพื้นที่หน่วยงานใดเท่าไหร่แน่ ก่อนยึดคืนพื้นที่ วันที่ 21.พ.ย.62 นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) มีคำสั่งถึงปฏิรูปที่ดินจังหวัดราชบุรี (ปทจ.ราชบุรี) ลงพื้นที่ร่วมกับกรมป่าไม้ ในวันที่ 24 พ.ย.นี้ พร้อมกับได้สั่งการให้ปฏิรูปที่ดินจังหวัดราชบุรี เข้าร่วมกับกรมป่าไม้ ลงพื้นที่ดำเนินการตรวจวัดเดินแนวเขตที่ดินส.ป.ก.และป่าสงวนแห่งชาติ อ.จอมบึง จ.ราชบุรี ที่ตั้งฟาร์มไก่ เขาสนฟาร์ม ของน.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ เนื้อที่กว่า 1.7 พันไร่ โดยให้สำนักกฎหมายส.ป.ก. พร้อมทีมช่างรังวัดจากส่วนกลาง เดินแนวเขตส.ป.ก. และพื้นที่ป่าไม้ เมื่อได้ข้อมูลเชิงพื้นที่ที่แน่ชัดว่าของหน่วยใดมีเท่าไหร่ จะนำเสนอรายงานร.อ.ธรรมนัส พรพมเผ่า รมช.เกษตรฯและนายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ เพื่อเข้าสู่กระบวนการกฎหมายทั้งสองหน่วยงาน โดยดำเนินการเป็นไปตามกระบวนกฎหมายวิธีปฏิบัติทางปกครอง ออกคำสั่งทั้งสองหน่วยงานส.ป.ก และกรมป่าไม้ ภายใน30วัน ถ้ามีคำสั่งให้ผู้ถือครองที่ดินออกจากพื้นที่ หรือไม่ให้ทำการอย่างใด เมื่อครบกำหนดระยะเวลา ยังไม่ปฏิบัติตามถือว่าไม่ดำเนินการคำสั่ง จะดำเนินตามกฎหมายแต่ละกรมฟ้องร้องศาลยึดคืนพื้นที่ ด้านนายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมป่าไม้ กล่าวว่า คณะทำงานของกรมป่าไม้ประสานกับคณะทำงานสำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) เพื่อเข้าตรวจสอบที่ดินฟาร์มไก่ของน.ส. ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส. ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ ที่หมู่ 6 ตำบลรางบัว อำเภอจอมบึง จังหวัดราชบุรีในวันที่ 24 พ.ย. เลื่อนจากเดิมจะเข้าพื้นที่วันที่22พ.ย.ทั้งนี้ส.ป.ก. ได้ทำหนังสือแจ้งน.ส. ปารีณา ซึ่งเป็นผู้ครอบครองที่ดินนำชี้แนวเขต แต่ยังไม่ได้รับคำตอบว่า จะมาหรือไม่ซึ่งรัฐไม่มีอำนาจบังคับ ในการรังวัดเดินแนวเขตครั้งนี้จะทำอย่างละเอียดเพื่อให้ทราบว่า ที่ดินแปลงดังกล่าวอยู่ในเขตส.ป.ก. จำนวนเท่าไรและอยู่ในเขตป่าไม้หรือไม่ เมื่อได้ข้อมูลครบถ้วนจึงจะกำหนดแนวทางการดำเนินการตามกฎหมายต่อไป นายอรรถพล กล่าวว่า นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สั่งการให้ประสานกับทุกหน่วยงานที่ดูแลที่ดินของรัฐทุกประเภทเพื่อเร่งปรับปรุงแผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐแบบบูรณาการ มาตราส่วน 1 : 4,000 (One Map) เพื่อสนองนโยบายนายกรัฐตรีที่ห่วงใยปัญหาการบุกรุกที่ดินของรัฐ ที่ผ่านมาติดขัดเรื่องการทับซ้อนของแนวเขต ซึ่งนายกรัฐมนตรีมอบหมายให้จัดทำ One Map ให้แล้วเสร็จเพื่อที่คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) จะดำเนินการนำที่ดินของรัฐที่ถูกครอบครองโดยมิชอบด้วยกฎหมายมาจัดสรรสิทธิ์ให้เกษตรกรและผู้ยากไร้ให้มีที่ดินทำกิน สำหรับกระทรวงที่เกี่ยวข้องประกอบด้วยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการคลัง และกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เนื่องจากที่ดินของรัฐนั้นมีทั้งที่ป่าไม้ อุทยานแห่งชาติ อุทยานแห่งชาติทางทะเล ที่ดินเอกสารสิทธิ์ของกรมที่ดิน ที่ราชพัสดุ ที่นิคมสร้างตนเอง ขณะนี้แต่ละหน่วยงานมีเพียงข้อมูลของตัวเองเท่านั้นจึงต้องปรับแนวเขตให้ถูกต้องและตรงกัน นายอรรถพล กล่าวต่อว่า ตามมติ ครม. วันที่ 26 พฤศจิกายน 2561 กำหนดให้ผู้ยากไร้และผู้ที่เข้าทำกินก่อนปี 2557 ได้รับการพิจารณาจัดสรรสิทธิ์ตามคทช. แต่หากบุกรุกหลังปี 2557 ต้องถูกดำเนินคดี รัฐไม่ได้มุ่งที่จะเอาผิดหรือขับไล่กลุ่มดังกล่าวในพื้นที่ทั่วประเทศ แต่ต้องให้มาอยู่ในการจัดระเบียบของรัฐเพราะที่ดินเป็นของรัฐ แต่รับรองสิทธิ์ให้อยู่และทำกินอย่างถูกต้อง ทั้งในเขตป่าสงวนแห่งชาติ อุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า หรือที่สาธารณะอื่นๆ ซึ่งจะต้องแก้ไขปัญหา ให้สอดคล้องกับสถานภาพและสถานการณ์ปัจจุบันอีกทั้งทั้งนี้พื้นที่ที่ประชาชนเข้าไปทำกินอยู่นานแล้วหรือทำกินอยู่เดิมนั้นไม่มีประโยชน์ที่จะเปลี่ยนแปลงให้กลับมาเป็นสภาพป่า การแก้ปัญหาต้องสอดคล้องกับสภาพการณ์ปัจจุบัน “การปรับปรุง One Map จะกำหนดหลักเกณฑ์เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติมากที่สุดและกระทบประชาชนน้อยที่สุด เมื่อแล้วเสร็จจะเสนอคทช. เพื่อพิจารณาเรื่องการจัดสรรสิทธิ์แก่ผู้ไม่มีที่ดินทำกิน อีกทั้งยังเป็นการแก้ปัญหาการบุกรุกที่ดินของรัฐได้ด้วย”นายอรรถพล กล่าว