- โฆษณา -

จากข้อมูลฟาร์มสู่สัตว์พันธุ์ดี กรมปศุสัตว์ขับเคลื่อนบราห์มันไทยด้วย e-Breeding

เกษตร8 ก.ย. 2569 • 12:05 น.
จากข้อมูลฟาร์มสู่สัตว์พันธุ์ดี กรมปศุสัตว์ขับเคลื่อนบราห์มันไทยด้วย e-Breeding

กรมปศุสัตว์เชื่อมโยงงานพัฒนาโคบราห์มันจากศูนย์วิจัยและพัฒนาโคเนื้อสู่เกษตรกรเครือข่ายสัตว์พันธุ์ดี ผ่านการใช้ข้อมูลรายตัว ทั้งพันธุ์ประวัติ น้ำหนัก และสมรรถภาพการผลิต ควบคู่การดูแลสุขภาพฝูง เพื่อสนับสนุนการคัดเลือก วางแผนผสมพันธุ์ และพัฒนาฝูงอย่างมีทิศทาง

เบื้องหลังโคบราห์มันหนึ่งตัวมีมากกว่ารูปร่าง สี และโครงสร้างภายนอกที่มองเห็น เพราะการสร้างสัตว์พันธุ์ดีต้องอาศัยข้อมูลตั้งแต่หมายเลขประจำตัวและพันธุ์ประวัติ อายุและน้ำหนักในช่วงต่าง ๆ สมรรถภาพการผลิต และการสืบพันธุ์ ซึ่งต้องพิจารณาควบคู่กับข้อมูลด้านสุขภาพและการจัดการฝูง สำนักพัฒนาพันธุ์สัตว์ กรมปศุสัตว์ จึงใช้ระบบฐานข้อมูลการปรับปรุงพันธุ์สัตว์ หรือ e-Breeding เป็นเครื่องมือเชื่อมโยงข้อมูลการปรับปรุงพันธุ์ของสัตว์แต่ละตัวไปสู่การคัดเลือกและวางแผนพัฒนาพันธุกรรมอย่างมีทิศทาง

ระบบ e-Breeding อยู่ภายใต้การดูแลของกลุ่มวิจัยและพัฒนาระบบฐานข้อมูลการปรับปรุงพันธุ์สัตว์ สำนักพัฒนาพันธุ์สัตว์ กรมปศุสัตว์ ส่วนศูนย์วิจัยและพัฒนาโคเนื้อและเกษตรกรเครือข่ายสัตว์พันธุ์ดี ประเภทปรับปรุงพันธุ์และขยายพันธุ์นำระบบไปใช้บันทึก ตรวจสอบ และติดตามข้อมูลทั้งในระดับตัวสัตว์และระดับฝูง เพื่อประกอบการตัดสินใจและติดตามผลการพัฒนาพันธุ์ในฟาร์มจริง

- โฆษณา -

แนวทางดังกล่าวได้รับการถ่ายทอดผ่านสกู๊ป “จากข้อมูลฟาร์ม...สู่สัตว์พันธุ์ดี: ขับเคลื่อนบราห์มันไทยด้วย e-Breeding” ในรายการ “ข่าวดี๊ดีกับพี่คำรณ” ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก ช่อง 5 ออกอากาศเมื่อวันศุกร์ที่ 4 กันยายน 2569 โดยนำเสนอการจัดเก็บและใช้ข้อมูล ณ ศูนย์วิจัยและพัฒนาโคเนื้อ ตำบลหนองรี อำเภอลำสนธิ จังหวัดลพบุรี เชื่อมโยงสู่การนำระบบ e-Breeding ไปใช้จริงที่ฟาร์มเอสเอส บราห์มัน สตั๊ด อำเภอด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมา

ภาพถ่ายหน้าจอ 2569 09 05 เวลา 14.45.19

บราห์มันไทย: จากศูนย์วิจัยสู่เครือข่าย

ศูนย์วิจัยและพัฒนาโคเนื้อเป็นฐานสำคัญในการผลิต คัดเลือก และพัฒนาพ่อ–แม่พันธุ์โคบราห์มันของกรมปศุสัตว์ นางสดใส ยิ่งสง่า ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาโคเนื้อ เปิดเผยว่า โคบราห์มันจากศูนย์วิจัยฯเป็นที่ต้องการของเกษตรกร ปัจจุบันมีฟาร์มเครือข่ายสัตว์พันธุ์ดีกรมปศุสัตว์เกือบ 40 ฟาร์ม กระจายอยู่ในหลายจังหวัด โดยศูนย์วิจัยฯทำงานร่วมกับเครือข่ายเพื่อผลิตและกระจายสัตว์พันธุ์ดีให้สอดคล้องกับความต้องการของเกษตรกร

ด้านนางสาวสิรินทรา ไสยสมบัติ รักษาการในตำแหน่งหัวหน้ากลุ่มวิจัยและพัฒนาโคเนื้อ สำนักพัฒนาพันธุ์สัตว์ กรมปศุสัตว์ อธิบายว่า โคบราห์มันเป็นหนึ่งในพันธุ์โคเนื้อที่กรมปศุสัตว์ให้ความสำคัญอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากทนต่อสภาพอากาศร้อนและปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมของประเทศไทยได้ดี อีกทั้งยังมีศักยภาพด้านการผลิต จึงเหมาะสำหรับใช้เป็นฐานพันธุกรรมในการปรับปรุงฝูงและสนับสนุนการผลิตโคเนื้อคุณภาพของประเทศ

ข้อมูลรายตัวคือจุดเริ่มต้นของการคัดเลือก

รูปลักษณ์และโครงสร้างภายนอกเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการคัดเลือกสัตว์พันธุ์ดี เบื้องหลังการตัดสินใจยังต้องย้อนดูว่าโคแต่ละตัวมีที่มาอย่างไร พ่อและแม่เป็นตัวใด มีความสัมพันธ์ทางเครือญาติอย่างไร รวมถึงมีข้อมูลด้านน้ำหนัก การเจริญเติบโต สมรรถภาพการผลิต และประวัติการสืบพันธุ์อย่างไร เมื่อข้อมูลเหล่านี้เชื่อมโยงกัน นักวิชาการ เจ้าหน้าที่ และเกษตรกรจะมองเห็นศักยภาพของสัตว์แต่ละตัวได้ชัดเจนขึ้น และมีเหตุผลรองรับว่าเหตุใดโคตัวนั้นจึงควรได้รับการคัดเลือกเป็นพ่อพันธุ์หรือแม่พันธุ์

ข้อมูลที่ใช้ประกอบการตัดสินใจเริ่มต้นจากการเก็บข้อมูลของสัตว์แต่ละตัวในฟาร์ม เจ้าหน้าที่ตรวจสอบหมายเลขประจำตัว ชั่งน้ำหนัก วัดและประเมินลักษณะ เชื่อมโยงข้อมูลแม่กับลูก พร้อมบันทึกข้อมูลการเกิด การเจริญเติบโต การสืบพันธุ์ และการจัดการฝูงอย่างต่อเนื่อง เมื่อข้อมูลแต่ละส่วนได้รับการตรวจสอบอย่างถูกต้องและเชื่อมโยงเป็นภาพรวม จึงสามารถนำกลับมาใช้ประกอบการคัดเลือกและวางแผนผสมพันธุ์ได้อย่างเป็นระบบ

นอกเหนือจากข้อมูลด้านการปรับปรุงพันธุ์ การดูแลสุขภาพฝูงเป็นอีกส่วนที่ต้องดำเนินการควบคู่กัน ตั้งแต่การตรวจสุขภาพ การเฝ้าระวังและป้องกันโรค ไปจนถึงการทำวัคซีนตามแผนสุขภาพฝูง ข้อมูลเหล่านี้บันทึกตามระบบงานที่แต่ละหน่วยงานหรือฟาร์มใช้อยู่จริง และนำมาพิจารณาร่วมกับข้อมูลการปรับปรุงพันธุ์เพื่อประกอบการบริหารจัดการสัตว์และวางแผนการผลิต เพราะศักยภาพทางพันธุกรรมจะปรากฏได้เต็มที่ก็ต่อเมื่อโคได้รับการเลี้ยงดูและดูแลสุขภาพอย่างเหมาะสม

e-Breeding เปลี่ยนข้อมูลให้กลับมาใช้ประโยชน์

นายเอก วิทูรพงศ์ หัวหน้ากลุ่มวิจัยและพัฒนาระบบฐานข้อมูลการปรับปรุงพันธุ์สัตว์ สำนักพัฒนาพันธุ์สัตว์ กรมปศุสัตว์ อธิบายว่า การดำเนินงานด้านระบบฐานข้อมูลการปรับปรุงพันธุ์สัตว์ เริ่มขึ้นตั้งแต่ พ.ศ. 2538 โดยระบบช่วยให้ผู้ใช้งานสืบค้นและติดตามข้อมูลสัตว์จากหน่วยงานและฟาร์มเครือข่ายในพื้นที่ต่างๆ ได้ ทั้งสถานที่เลี้ยง อายุ น้ำหนัก พันธุ์ประวัติ ความสัมพันธ์ทางเครือญาติ และสมรรถภาพการผลิต เพื่อนำไปใช้ในการบริหารจัดการฟาร์มและวางแผนปรับปรุงพันธุ์

หัวใจของ e-Breeding จึงไม่ได้อยู่ที่การเก็บข้อมูลให้ได้มากที่สุด แต่อยู่ที่การทำให้ข้อมูลมีความถูกต้อง เชื่อมโยง และนำกลับมาใช้ประโยชน์ได้ ตั้งแต่การรวบรวมและตรวจสอบข้อมูล การจัดการข้อมูลให้เป็นระบบ การสืบค้นย้อนหลัง ไปจนถึงการนำผลไปประกอบการตัดสินใจ ซึ่งสรุปเป็นกระบวนการ 4 ขั้น ได้แก่ “เก็บข้อมูล → จัดการข้อมูล → ใช้ข้อมูล → ตัดสินใจ”

หัวใจของกระบวนการ เก็บข้อมูล    จัดการข้อมูล    ใช้ข้อมูล    ตัดสินใจ

ในระดับศูนย์วิจัยฯ เจ้าหน้าที่บันทึกข้อมูลจากสัตว์แต่ละตัวเข้าสู่ระบบอย่างต่อเนื่อง ทำให้สามารถติดตามพันธุ์ประวัติ การเจริญเติบโต และสมรรถภาพของโคได้ตลอดช่วงการเลี้ยง ข้อมูลดังกล่าวนำกลับมาใช้ในการบริหารจัดการฝูง คัดเลือกพ่อพันธุ์และแม่พันธุ์ ตลอดจนวางแผนคู่ผสมพันธุ์ ระบบ e-Breeding จึงไม่ได้ทำหน้าที่เป็นเพียงคลังข้อมูล แต่เป็นจุดเชื่อ,ระหว่างข้อมูลที่เกิดขึ้นในฟาร์มกับการตัดสินใจด้านการปรับปรุงพันธุ์

จากองค์ความรู้ของกรมปศุสัตว์สู่ฟาร์มจริงเป้าหมายของสำนักพัฒนาพันธุ์สัตว์ไม่ได้หยุดอยู่เพียงการผลิตสัตว์พันธุ์ดีภายในหน่วยงาน แต่ยังรวมถึงการกระจายสัตว์พันธุ์ดี พร้อมถ่ายทอดองค์ความรู้ เทคโนโลยี และข้อมูลด้านการปรับปรุงพันธุ์ไปสู่เกษตรกร เพื่อให้นำไปต่อยอดและพัฒนาฝูงของตนเองได้อย่างมีทิศทางและยั่งยืน เมื่อข้อมูลจากศูนย์วิจัยฯถูกนำไปใช้ต่อในฟาร์ม ข้อมูลนั้นจึงเริ่มสร้างคุณค่าได้อย่างแท้จริง

หนึ่งในตัวอย่างของการนำข้อมูลไปใช้คือ ฟาร์มเอสเอส บราห์มัน สตั๊ด (SS Brahman Stud) อำเภอด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งขึ้นทะเบียนเป็นเครือข่ายสัตว์พันธุ์ดีกรมปศุสัตว์ ประเภทปรับปรุงพันธุ์และขยายพันธุ์โคเนื้อ ทะเบียนเครือข่ายเลขที่ นม-1-2-01/56 นายสมชาย ลิ้มชูวงศ์ เจ้าของฟาร์ม เล่าว่า ในระยะแรกฟาร์มใช้วิธีจดบันทึกข้อมูล แต่เมื่อจำนวนโคและรายละเอียดสะสมมากขึ้น การค้นย้อนหลังว่าโคแต่ละตัวมีพ่อและแม่เป็นตัวใด หรือมีประวัติอย่างไร ต้องใช้เวลามากขึ้น การนำระบบฐานข้อมูลมาใช้จึงช่วยให้การจัดเก็บและสืบค้นข้อมูลเป็นระเบียบ สะดวก และรวดเร็วกว่าเดิม

ข้อมูลที่สืบค้นย้อนหลังได้ช่วยให้ฟาร์มประเมินโคแต่ละตัวได้รอบด้านกว่าการพิจารณารูปลักษณ์เพียงอย่างเดียว เกษตรกรสามารถนำพันธุ์ประวัติ ข้อมูลการเจริญเติบโต สมรรถภาพ และลักษณะประจำตัว มาใช้ประกอบการคัดเลือกพ่อพันธุ์และแม่พันธุ์ ตลอดจนวางแผนคู่ผสมพันธุ์และติดตามผลที่เกิดขึ้นในรุ่นลูก ทำให้การพัฒนาฝูงมีเป้าหมายและต่อเนื่องมากขึ้น

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือการปรับปรุงความสมบูรณ์ของสะโพก หากโคตัวหนึ่งยังมีลักษณะดังกล่าวไม่เป็นไปตามเป้าหมาย ผู้เลี้ยงสามารถตรวจสอบพันธุ์ประวัติและข้อมูลลักษณะของโคตัวนั้นในระบบ ก่อนเลือกคู่ผสมที่มีจุดเด่นด้านโครงสร้างมาช่วยเสริมลักษณะที่ต้องการในรุ่นลูก วิธีนี้ทำให้การตัดสินใจมีข้อมูลรองรับมากกว่าการพิจารณาจากลักษณะภายนอกเพียงอย่างเดียว

ภาพถ่ายหน้าจอ 2569 09 05 เวลา 14.41.13

พันธุกรรม + ข้อมูล + คน

ความสำเร็จของการปรับปรุงพันธุ์เกิดจากการเชื่อมโยงสามองค์ประกอบสำคัญ ได้แก่ “พันธุกรรม + ข้อมูล + คน” ตั้งแต่นักวิชาการที่กำหนดแนวทาง เจ้าหน้าที่ซึ่งเก็บและตรวจสอบข้อมูล ศูนย์วิจัยฯที่นำข้อมูลกลับมาใช้พัฒนาฝูง ไปจนถึงเกษตรกรที่ใช้ข้อมูลประกอบการตัดสินใจในฟาร์ม เมื่อทุกฝ่ายทำงานบนฐานข้อมูลเดียวกัน การปรับปรุงพันธุ์จึงไม่ใช่เพียงการเลือกโคที่ดีที่สุดในวันนี้ แต่เป็นการวางแผนสร้างโคที่ดีขึ้นในรุ่นต่อไป

จากข้อมูลของสัตว์แต่ละตัวสู่การตัดสินใจ จากการตัดสินใจสู่การพัฒนาพันธุกรรม และจากองค์ความรู้ของกรมปศุสัตว์สู่การใช้ประโยชน์ในฟาร์มของเกษตรกรไทย e-Breeding จึงเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่ช่วยวางรากฐานให้การพัฒนาโคเนื้อไทยมีข้อมูลรองรับ สามารถสืบค้น ตรวจสอบ และติดตามผลได้อย่างต่อเนื่อง ภายใต้แนวคิดสำคัญว่าข้อมูลที่ดีในวันนี้ คือรากฐานของพันธุกรรมที่ดีในวันข้างหน้า”

“ข้อมูลที่ดีในวันนี้ คือรากฐานของพันธุกรรมที่ดีในวันข้างหน้า”