ปลาน้ำจืดโตต่อเนื่อง “ปลากะพงขาว” ดาวรุ่งมาแรง ผลผลิตพุ่ง 65,330 ตัน จ่อแซงปลานิล
ผลผลิตปลาน้ำจืดโตต่อเนื่อง "ปลากะพงขาว" ดาวรุ่งมาแรงจ่อแซง "ปลานิล" ผลผลิตเพิ่มต่อเนื่อง 3 ปี มูลค่าทะลุ 6 หมื่นล้าน
รายงานข่าวจากกลุ่มผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ระบุว่า ขณะนี้ผลผลิตสัตว์น้ำโตไม่หยุด ปลานิลครองแชมป์ โตปีละ 3.18% ผลพวงจากการปรับปรุงพันธุ์ เลี้ยงในระบบปิด ควบคุมคุณภาพ แต่รอบนี้ปลากะพงขาวมาแรง ทะลุ 60,000 ตันต่อปี หลังใช้เทคโนโลยีเพาะลูกปลาให้แข็งแรง อยู่รอดในทุกแหล่งน้ำ
หากมองย้อนกลับไปในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา (พ.ศ. 2567-2569) จนถึงปัจจุบัน ภาพรวมของภาคการผลิตสัตว์น้ำของไทยมีการเติบโตที่น่าจับตามองอย่างมาก โดยเฉพาะในกลุ่มการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดและน้ำกร่อยสายพันธุ์เศรษฐกิจ ที่มีตัวเลขผลผลิตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องท่ามกลางความท้าทายรอบด้าน
ในรอบ 3 ปีที่ผ่านมา สัตว์น้ำเศรษฐกิจหลักของไทยมีอัตราการเติบโต ดังนี้ ปลานิล แชมป์อันดับ 1 สัตว์น้ำจืดไทย ผลผลิตแตะ 2.7 แสนตัน ยังครองตำแหน่งสัตว์น้ำจืดที่มีการเพาะเลี้ยงมากที่สุดในประเทศ โดยผลผลิตไต่ระดับเพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 3.18 ต่อปี ปัจจุบัน (พ.ศ. 2569) ประเทศไทยมีฟาร์มผู้เพาะเลี้ยงปลานิลกว่า 330,000 ฟาร์ม และสร้างผลผลิตรวมพุ่งสูงถึงประมาณ 270,000 ตันต่อปี คิดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจในระบบสูงกว่า 13,600 ล้านบาท โดยผลผลิตส่วนใหญ่กว่าร้อยละ 98 ถูกส่งไปตอบสนองการบริโภคที่แข็งแกร่งภายในประเทศ
ปัจจัยหลักที่ทำให้ผลผลิตเพิ่มขึ้น เกิดจากการยกระดับสายพันธุ์ปลานิลให้ทนโรค โตเร็ว และเนื้อแน่น ประกอบกับเกษตรกรหันมานิยมเลี้ยงปลานิลในกระชังตามแหล่งน้ำไหลและในบ่อดินด้วยระบบปิดอัจฉริยะ (Smart Farming) ที่มีการควบคุมคุณภาพน้ำและการให้อาหารอย่างแม่นยำ ทำให้อัตราการรอดชีวิตของลูกปลาสูงขึ้นอย่างมาก
ปลากะพงขาว สัตว์น้ำมูลค่าสูงที่พบปรากฏการณ์เติบโตแบบก้าวกระโดด โดยปลากะพงขาวกลายเป็นดาวรุ่งพุ่งแรงในกลุ่มปลาชายฝั่งและปลาน้ำกร่อยที่มีปริมาณความต้องการซื้อสูงมาก ผลผลิตรวมขยับเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจนกลายมาเป็นหนึ่งในปลาที่ทำรายได้หลักของเกษตรกรยุคใหม่ มีมูลค่าแต่ละปีประมาณ 60,000 ล้านบาท
ในปี 2567 พบว่าผลผลิตปลากะพงขาวเท่ากับ 59,407 ตัน ปี 2568 ผลผลิต 61,631 ตัน เพิ่มขึ้น 3.7 % และปี 2569 ณ ปัจจุบัน ผลผลิต 65,330 ตัน เพิ่มขึ้น 6 %
ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผลผลิตปลากะพงขาวเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด มาจากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการเลี้ยงของเกษตรกร โดยหันมาทำ "การเลี้ยงร่วมระบบกึ่งธรรมชาติ" เช่น การปล่อยปลากะพงขาวเลี้ยงร่วมกับปลานิลในบ่อดิน เพื่อให้ลูกปลานิลกลายเป็นอาหารธรรมชาติช่วยลดต้นทุนค่าอาหารเม็ด
นอกจากนี้ภาครัฐและเอกชนยังส่งเสริมเทคโนโลยีการเพาะพันธุ์ลูกปลาที่ได้มาตรฐาน ทำให้ได้ลูกปลาที่แข็งแรง สามารถกระจายไปเลี้ยงได้ในหลายพื้นที่ แม้กระทั่งในพื้นที่น้ำเค็มเกลือสินเธาว์ในภาคอีสานก็สามารถทำผลผลิตได้ดีเช่นกัน