แปลงใหญ่โคเนื้อ หมู่ 5 ตำบลเชียงใหม่ ยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่สู่การเชื่อมโยงตลาด
เกษตรกรตำบลเชียงใหม่ อำเภอโพธิ์ชัย จังหวัดร้อยเอ็ด มีอาชีพเลี้ยงโคเนื้อมาแต่ช้านาน โดยเฉพาะ หมู่ 5 ที่เลี้ยง โคเนื้อทุกครัวเรือน เพื่อเป็นอาชีพเสริมเพิ่มรายได้ในครัวเรือน การเลี้ยงโคเนื้อของเกษตรกรตำบลเชียงใหม่จะเป็นการเลี้ยงแบบปล่อยทุ่งตามธรรมชาติ โดยสายพันธุ์ที่นำมาเลี้ยงส่วนใหญ่เป็นลูกผสมพันธุ์อเมริกันบราห์มัน โคพันธุ์นี้จะมีโครงสร้างและลักษณะกล้ามเนื้อที่ดี เนื้อที่ได้จะมีไขมันแทรกและมีความนุ่มน้อย แต่ได้เนื้อสัมผัสที่แน่นและความสามารถในการอุ้มน้ำได้ดี มีเนื้อสีแดงสดใส เหมาะสำหรับผลิตเป็นโคเนื้อคุณภาพดี เกษตรกรขาดความรู้ในการใช้เทคโนโลยีด้านต่างๆ และการบริหารจัดการด้านอาหารเป็นการใช้พืชอาหารในพื้นที่เป็นหลัก ทำให้ต้องเสียเวลาและแรงงานในการหาหญ้าหรืออาหารที่มีอยู่จำกัดในพื้นที่และระยะทางไกล ในช่วงฤดูแล้งหญ้าไม่เพียงพอ เกิดปัญหาขาดแคลนอาหาร ทำให้โคเนื้อได้รับอาหารไม่เพียงพอ การขายโคเนื้อจึงไม่ได้ราคาเท่าที่ควร
ตำบลเชียงใหม่ อำเภอโพธิ์ชัย มีที่ตั้งทางภูมิศาสตร์มีจุดยุทธศาสตร์ มีความพร้อมด้านเส้นทางการคมนาคมที่สำคัญ เช่น เส้นทางการขนส่งทางบกหมายเลข 12 ทำให้สามารถขนถ่ายสินค้าได้อย่างรวดเร็ว และทางรถไฟรางคู่ที่กำลังจะเกิดขึ้น ผ่านพื้นที่ตำบลเชียงใหม่ อำเภอโพธิ์ชัย ปศุสัตว์เป็นสาขาที่มีอากสทางการแข่งขัน โดยเฉพาะโคเนื้อ เนื่องจากปริมาณโคเนื้อมีไม่เพียงพอต่อความต้องการบริโภคภายในประเทศ และพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ดมีพื้นฐานการดำรงชีวิตในด้านการปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ทางสำนักงานปศุสัตว์จังหวัด อำเภอ และสำนักงานเกษตรอำเภอโพธิ์ชัย จึงได้เข้ามาส่งเสริมให้เกษตรกรรวมกลุ่มจัดตั้งกลุ่มวิสาหกิจเลี้ยงโคเนื้อสร้างอาชีพบ้านเชียงใหม่ หมู่ 5 ตำบลเชียงใหม่ และเข้าร่วมโครงการรระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ในกลุ่มปศุสัตว์ ให้มีการบริหารจัดการร่วมกัน จัดตั้งคณะทำงาน วางแผนการบริหารจัดการกลุ่ม ส่งเสริมให้เกษตรกรเรียนรู้การทำอาหารสำเร็จรูป (TMR) การผสมเทียม การเลี้ยงโคเนื้อแบบประณีต การทำคอกเลี้ยงให้ได้มาตรฐานฟาร์ม GFM
นางสมพงษ์ ผลาชิต ประธานแปลงใหญ่โคเนื้อ หมู่ 5 ตำบลเชียงใหม่ อำเภอโพธิ์ชัย จังหวัดร้อยเอ็ด กล่าวว่า ปี 2560 กลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้เลี้ยงโคเนื้อ ได้เข้าร่วมโครงการโคเนื้อสร้างอาชีพหมู่ 5 กับสำนักงาน ปศุสัตว์จังหวัดร้อยเอ็ด ต่อมาในปี 2562 ได้เข้าร่วมโครงการระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่ โดยมีสมาชิกเริ่มต้นจำนวน 40 คน มีจำนวนโคเนื้อที่เลี้ยงมากกว่า 661 ตัว นอกจากกลุ่มแปลงใหญ่โคเนื้อจะเลี้ยงโคแล้ว ยังมีสินค้าที่แปรูปเพื่อเพิ่มมูลค่าจากแปลงใหญ่โคเนื้อ เช่น เนื้อแดดเดียว แหนมวัว และในอนาคตจะมีแผนพัฒนาต่อยอดโดยการจะตั้งเป็นโรงเนื้อที่ได้มาตรฐานฟาร์มแล้วเชื่อมโยงตลาดกับเครือข่ายผู้เลี้ยงโคเนื้อและโคขุนต่อไป ทั้งนี้หน่วยงานกรมกรมส่งเสริมการเกษตร สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดร้อยเอ็ด ศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์ เข้ามาให้ความรู้ อบรม หรือพัฒนาผลิตภัณฑ์ ต่อมาในปี 2564 กลุ่มแปลงใหญ่ได้เข้าร่วมโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่แล้วเชื่อมโยงตลาด ทางกลุ่มได้จัดซื้อวัสดุ-อุปกรณ์ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่นำมาช่วยในการทุ่นแรง เช่น รถแทรกเตอร์พร้อมพ่วงอุปกรณ์พ่วง เครื่องช็อป เครื่องผสมอาหาร TMR และระบบพลังงานน้ำโซล่าเซลล์จำนวน 15 จุด ให้กับสมาชิกในกลุ่มแปลงใหญ่
นางสุชญา พันธุ์เดช เกษตรอำเภอโพธิ์ชัย จังหวัดร้อยเอ็ด กล่าวว่า เริ่มตั้งแต่ตอนที่จัดตั้งกลุ่มโดยการรับจดเป็นวิสาหกิจชุมชน หลังจากนั้นพัฒนาในเรื่องการรวมกลุ่มพอระยะหนึ่ง กลุ่มมีความเข้มแข็งเลยส่งเสริมให้เข้าสู่จัดตั้งเป็นกลุ่มแปลงใหญ่ โดยทางสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดร้อยเอ็ดได้รวบรวมสมาชิก ชี้แจงและร่วมกับสำนักงานเกษตรอำเภอโพธิ์ชัย จังหวัดร้อยเอ็ด ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการจัดเวทีชุมชน เพื่อจัดทำแผนพัฒนา 5 ด้าน ในกลุ่มส่งเสริมในแปลงใหญ่โคเนื้อบ้านเชียงใหม่ การลดต้นทุน การเพิ่มผลผลิต การทำให้สินค้ามีมาตรฐานรวมถึงการตลาด มีการสนับสนุนโครงการด้วยสำนักงานเกษตรอำเภอโพธิ์ชัย มีบทบาทในการจัดทำโครงการยกระดับแปลงใหญ่เพื่อเชื่อมโยงตลาด กลุ่มมีความเข้มแข็งขึ้นมาเรื่อยๆ หลังจากนั้นจะมีการติดตามผล ช่วยกลุ่มในการแก้ปัญหาด้านต่างๆ ผลผลิตต่อปีเริ่มต้นจากการเพิ่มอาหาร จากนั้นสมาชิกก็สามารถที่จะขยายขยายการเลี้ยงให้มีจำนวนโคมากขึ้นได้ ทำให้การดูแลโคให้มีน้ำหนักดีขึ้น สามารถเป็นโคเนื้อและก็พร้อมออกสู่ตลาดได้มากขึ้นลดต้นทุนโดยเกษตรกรกลุ่มนี้ได้มีกรมการส่งเสริมร่วมมือระหว่างปศุสัตว์และสำนักงานเกษตรอำเภอในการส่งเสริมให้ปลูกหญ้าทำอาหารหมักเอง แผนพัฒนาในอนาคตทำให้เป็นหมู่บ้านเกษตรสินค้ามูลค่าสูงโดยการอาจจะเป็นโคขุนระดับเป็นโคขุนที่ส่งออกตลาดได้ เพราะว่าในเรื่องการบริโภคเนื้อนี่ตลาดยังเปิดกว้างสามารถพัฒนาเพิ่มได้อีก
นายปองคุณ ประสารีบุตร หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการปศุสัตว์ สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดร้อยเอ็ด กล่าวว่า สำหรับแนวทางการดำเนินการพัฒนากลุ่มที่ขึ้นทะเบียนวิสาหกิจชุมชนบ้านเชียงใหม่ นโยบายของกลุ่มจังหวัดและก็ยุทธศาสตร์ของจังหวัดร้อยเอ็ด 20 ปี ได้มีการยกระดับก็คือการทำปศุสัตว์มูลค่าสูงการพัฒนาฟาร์มให้เข้าสู่ความมาตรฐาน EFM การพัฒนาการบริหารให้เป็นอาหาร TMR และมีการสำรองแปลงหญ้า ถึงการต่อยอดในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ รวมถึงการทำ MOU กับตลาด การพัฒนาต่อยอดต่อไปกลุ่มนี้เป็นการพัฒนาสายพันธุ์เพื่อจะยกระดับการผลิตแม่พันธุ์ เพื่อส่งเสริมให้เป็นโคขุน เพื่อให้เข้าสู่การผลิตเนื้อที่คุณภาพพรีเมี่ยมเข้าสู่ตลาดสูงขึ้นและมีการยกระดับราคาให้มันสูงขึ้น