“กรมชลฯ-กปน.”เตรียมแผนรับมือน้ำเค็มระลอก2 ทะเลหนุนสูงช่วง 8-9 มค.

เกษตร6 ม.ค. 2563 • 00:58 น.
“กรมชลฯ-กปน.”เตรียมแผนรับมือน้ำเค็มระลอก2 ทะเลหนุนสูงช่วง 8-9 มค.
เมื่อวันที่ 5มกราคม ศ.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้รับทราบมติคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ซึ่งมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน เห็นชอบกรอบรายละเอียดโครงสร้างศูนย์บัญชาการเฉพาะกิจและแผนปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาวิกฤติน้ำ โดยนายกรัฐมนตรีจะเป็นผู้บัญชาการอำนวยการแก้ไขปัญหาวิกฤติน้ำ และกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) ทำหน้าที่ประสานงานการแก้ไขปัญหา ซึ่งเป็นไปตาม พรบ.ทรัพยากรน้ำ พ.ศ.2561 มาตรา 24 เพื่ออำนวยการแก้ไขปัญหาวิกฤติน้ำเป็นการชั่วคราวจนกว่าปัญหาวิกฤติน้ำจะพ้นไป ซึ่งแผนปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาวิกฤติน้ำ จะแบ่งหน้าที่การปฏิบัติงานออกเป็นกลุ่มอำนวยการ กลุ่มคาดการณ์ กลุ่มบริหารจัดการ และกลุ่มแจ้งเตือนและประชาสัมพันธ์ โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมปฏิบัติงาน โดย นายกฯ กล่าวว่า วิกฤติภัยแล้งที่กำลังเกิดขึ้นมีแนวโน้มรุนแรงกว่าทุกปีที่ผ่านมา เป็นเรื่องที่รัฐบาลให้ความสำคัญและเตรียมพร้อมเพื่อรับมืออย่างเป็นระบบ เพราะไม่เพียงส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิต แต่ยังส่งผลถึงภาคการเกษตร ภาคอุตสาหกรรม โดยที่ผ่านมามีการดำเนินงานผ่านสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ทั้งนี้ เพื่อให้การแก้ไขวิกฤติภัยแล้งปีนี้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็วทันท่วงที ต้องอาศัยการบูรณาการร่วมกันระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้ารวมถึงการวางแผนการใช้ทรัพยากรน้ำในระยะยาว ตามแผนแม่บทการบริหารจัดการน้ำ 20 ปี (พ.ศ.2561-2580) ที่มีเป้าหมาย ทุกหมู่บ้านมีน้ำสะอาดอุปโภค บริโภค น้ำเพื่อการผลิตมั่นคง ความเสียหายจากอุทกภัยลดลง คุณภาพน้ำอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน บริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน ภายใต้การพัฒนาอย่างสมดุล โดยการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน” ทั้งนี้ ในวันที่ 7 ม.ค. ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีจะพิจารณาเห็นชอบกรอบโครงสร้างศูนย์บัญชาการน้ำเฉพาะกิจ และแผนปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาวิกฤติน้ำ รวมทั้งเห็นชอบให้สำนักงบประมาณดำเนินการตามพระราชบัญญัติทรัพยากรน้ำ พ.ศ.2561 โดยพิจารณาจัดสรรงบประมาณเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายสนับสนุนการปฏิบัติงานดังกล่าวตามความจำเป็นต่อไป ด้านนายทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า สั่งการให้สำนักงานโครงการชลประทานที่ 11 เตรียมแผนบริหารจัดการประตูระบายน้ำคลองลัดโพธิ์ ต.ทรงคะนอง อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ เป็นเครื่องมือเสริมควบคุมค่าความเค็มของแม่น้ำเจ้าพระยา ไม่ให้เกิดผลกระทบต่อการผลิตน้ำประปาและภาคการเกษตร เสริมจากการระบายน้ำจากท้ายเขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาทและผันน้ำแม่น้ำแม่กลองมาผลักดันความเค็มช่วงน้ำทะเลหนุนสูงอีกครั้งวันที่ 8-9 มกราคม โดยช่วงน้ำทะเลลงจะเปิดประตูระบายน้ำ เพื่อผลักดันน้ำแม่น้ำเจ้าพระยาออก ส่วนช่วงน้ำทะเลขึ้นจะปิดประตูระบายน้ำเพื่อป้องกันน้ำทะเลไหลเข้ามาสู่แม่น้ำเจ้าพระยา ปัจจุบันระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยาอัตรา 85 ลบ.ม./วินาที โดยยังคงรักษาระดับน้ำหน้าเขื่อนเจ้าพระยาไม่ให้ต่ำกว่าเกณฑ์ควบคุมไว้ได้ เนื่องจากก่อนหน้านี้เพิ่มการระบายน้ำจาก 4 เขื่อนหลัก ได้แก่ ภูมิพล สิริกิติ์ แควน้อยบำรุงแดน และป่าสักชลสิทธิ์มาสำรองไว้ที่หน้าเขื่อนเจ้าพระยาไว้แล้ว ซึ่งจะระบายมาเจือจางค่าความเค็มด้านท้ายลุ่มน้ำเจ้าพระยา นอกจากนี้ ยังผันน้ำจากแม่น้ำแม่กลองทางคลองจรเข้สามพันและคลองท่าสาร-บางปลามายังแม่น้ำท่าจีนในอัตรา 25 ลบ.ม./นาที แล้วระบายผ่านคลองพระยาบันลือลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งมั่นใจว่าจะควบคุมค่าความเค็มไม่ให้กระทบการผลิตน้ำประปา การเพาะเลี้ยงกล้วยไม้ และการทำการเกษตรพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยาด้านท้ายได้ ทั้งนี้ ค่าความเค็มอาจสูงกว่าเกณฑ์เฝ้าระวังในช่วงที่น้ำทะเลขึ้น ซึ่งประสานกับการประปานครหลวง เพื่อให้งดสูบน้ำที่ที่สถานีสูบน้ำดิบสำแล จ.ปทุมธานีในช่วงน้ำทะเลขึ้น เมื่อน้ำทะเลลงและตรวจวัดค่าความเค็มไม่เกิน 0.5 กรัม/ลิตร จึงสูบส่งมาต่อมายังโรงกรองน้ำบางเขนเพื่อผลิตน้ำประปาตามปกติ สำหรับการระบายน้ำจาก 4 เขื่อนหลักลุ่มเจ้าพระยา ระบายวันละ 18 ล้าน ลบ.ม. ปรับลดจากช่วงก่อนปีใหม่ที่ระบายวันละ 28 ล้าน ลบ.ม. เพื่อสำรองไว้ควบคุมค่าความเค็ม จากนี้ไปจะคงการระบายที่ 18 ล้านลบ.ม./วันจนสิ้นสุดฤดูแล้งและต่อเนื่องถึงต้นฤดูฝน ส่วนการผันน้ำจากแม่น้ำแม่กลองมาช่วยมีแผนจะระบายตลอดฤดูแล้ง 500 ล้านลบ.ม.และระบายอีก 350 ลบ.ม. เพื่อให้มีน้ำอุปโภค-บริโภคและรักษาระบบนิเวศจนถึงสิ้นเดือนกรกฎาคม 2563 จากนั้นกรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่าฝนจะตกต่อเนื่อง นายรักษ์ศักดิ์ สุริยหาร รองผู้ว่าการประปานครหลวง (กปน.) ฝ่ายผลิตและส่งน้ำ เปิดเผยว่า ช่วงนี้ค่าความเค็มของน้ำลดลง อยู่ในเกณฑ์ที่ดี แต่ช่วงวันที่ 7-8 ม.ค. นี้ จะมีน้ำทะเลหนุนสูงระลอกใหม่ ทำให้มีค่าความเค็มเพิ่มขึ้น ทาง กปน. ประสานงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างกรมชลประทาน ในการผันน้ำเพื่อที่จะมาผลักดันน้ำเค็ม รวมทั้งบริหารจัดการในการรับน้ำทะเลหนุนคือ ปิดการสูบน้ำเข้าคลองประปาช่วงที่ค่าความเค็มสูงมาก ส่วนช่วงที่น้ำมีคุณภาพดีตามเกณฑ์ จะสำรองน้ำไว้ให้ได้มากที่สุด ยืนยันขอให้ประชาชนมั่นใจว่า กปน.มีน้ำเพียงพออุปโภคบริโภคแน่นอน เพราะน้ำทางฝั่งตะวันตกของกรุงเทพมหานคร เป็นแหล่งน้ำที่มีปริมาณมาก ซึ่งกรมชลประทานและกปน.วางแผนจัดการในภาพรวมอย่างรัดกุม เพื่อแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างดีที่สุดโดยภาพรวมน้ำประปาล่าสุด ค่าคลอไรด์น้อยกว่า 250 มิลลิกรัม/ลิตร ค่าความนำไฟฟ้าน้อยกว่า 1,200 ไมโครซีเมนต์/เซนติเมตร ไม่ส่งผลต่อการรับรู้รสชาติ พร้อมแนะนำประชาชนสำรองน้ำไว้บริโภค