จังหวัดเชียงราย เป็นพื้นที่เป้าหมาย ที่ร่วมขับเคลื่อน “โครงการส่งเสริมการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์หลังนา” ตามนโยบายของรัฐบาล ณ วันที่ 14 ธันวาคม 2561 ปรากฏว่า ได้มีเกษตรกรสนใจสมัครเข้าร่วมโครงการ จำนวน 2,168 ราย มีพื้นที่เพาะปลูกรวม 15,525 ไร่ ครอบคลุม 17 อำเภอ มีสหกรณ์ที่สมัครและได้รับคัดเลือกให้เข้าร่วมโครงการฯ จำนวน 8 แห่ง
พบว่า สหกรณ์ที่มีศักยภาพสูง เป็นสหกรณ์ที่ได้ดำเนินธุรกิจรวบรวมข้าวโพดจากสมาชิกอยู่ก่อนแล้ว จะสามารถรับซื้อและปรับปรุงผลผลิตข้าวโพด จำนวน 3 แห่ง ได้แก่ สหกรณ์การเกษตรเวียงป่าเป้า จำกัด สหกรณ์การเกษตรแม่สรวย จำกัด และสหกรณ์การเกษตรหงาวตับเต่า จำกัด ส่วนอีก 5 สหกรณ์ ที่สามารถเป็นจุดให้การบริการในการรวบรวมผลผลิตและรับซื้อผลผลิตได้

นายไชยา บุญญานุภาพ สหกรณ์จังหวัดเชียงราย กล่าวว่า ตามที่ได้มีแนวความคิดและได้ดำเนินการจัด “ตลาดนัดข้าวโพดหลังฤดูทำนา” ขึ้น เพื่อเป็นการสนับสนุนให้มีการขับเคลื่อนโครงการสารพลังประชารัฐเพื่อสนับสนุนการปลูกข้าวโพดหลังฤดูทำนา ให้มีการปรับกระบวนการคิดใหม่ ให้เป็น “เชียงรายโมเดล” โดยให้ทุกคนได้มีส่วนร่วม ภายใต้นโยบายคือ 1.เกษตรกร ไม่รับเงินสดและปัจจัยการผลิต 2.ต้องไม่มีการผูกขาดด้านเมล็ดพันธุ์ 3.ต้องไม่มีการฮั้วราคาซื้อผลผลิต โดยกำหนดให้จัดขึ้น 8 ครั้ง ตามพื้นที่ที่มีสหกรณ์การการเกษตรและเกษตรกรผู้สมัครเข้าร่วมโครงการฯ โดยได้รับความร่วมมือจากสหกรณ์ที่เข้าร่วมโครงการฯ ทำหน้าที่เป็นตลาดกลาง มีผู้ประกอบการ ที่จำหน่ายวัสดุการเกษตร ปัจจัยการผลิต และเทคโนโลยี ต่างๆ ให้ความสนใจร่วมเข้าไปที่ตลาดและทำการเปิดบูธ จัดโปรโมชั่นเพื่อจำหน่ายปัจจัยในการเพาะปลูกข้าวโพด

ขณะที่ สำนักงานสหกรณ์จังหวัดเชียงราย และหน่วยงานอื่นๆ ได้แก่ สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัด สถานีพัฒนาที่ดินฯ โครงการชลประทาน เกษตรจังหวัด และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ได้ร่วมกันทำหน้าที่ในการประชาสัมพันธ์เชิญชวนเกษตรกร ที่อยู่ในพื้นที่บริเวณใกล้เคียงกับสหกรณ์ที่เป็นตลาดนัดข้าวโพด เข้าไปร่วมเยี่ยมชมตลาดนัด ซึ่งได้จัดให้มีการลงทะเบียน จัดเวทีให้มีการแลกเปลี่ยนความรู้ในการเพาะปลูกและการเก็บเกี่ยวผลผลิต การให้สินเชื่อจาก ธ.ก.ส. ตลอดจนการจำหน่ายผลผลิต จากนั้น เมื่อเกษตรกรมีความสนใจ ในการสั่งซื้อเมล็ดพันธุ์ ก็จะมีการดำเนินการเลือกบริษัทที่ต้องการสั่งซื้อ และสามารถเลือกหาแหล่งเงินทุน จาก ธ.ก.ส. (วงเงินไม่เกิน 30,000 บาท ในอัตราดอกเบี้ย ร้อยละ 0.01) เพื่อซื้อปัจจัยการผลิต

ทั้งนี้ หากเกษตรกรที่เป็นสมาชิกสหกรณ์ สามารถกู้เงินทุนแบบปลอดดอกเบี้ย และสหกรณ์มีกำไรก็จะนำกำไรมาเฉลี่ยคืนให้อีก ทำให้ในตลาดนัดจะเกิดการค้าอย่างเสรีไม่มีการผูกขาด และจะมีการตรวจสอบผู้ประกอบการผู้จำหน่ายเมล็ดพันธุ์ที่มีคุณภาพ ขณะเดียวกันเกษตรกรจะสามารถซื้อปัจจัยการผลิตได้ในราคาถูกกว่าท้องตลาด เนื่องจากผู้ประกอบการได้มาเปิดบูธโดยตรงไม่ผ่านพ่อค้าคนกลางแต่อย่างใด

การจัด “ตลาดนัดข้าวโพดหลังฤดูทำนา” ได้เริ่มครั้งแรก ณ สหกรณ์การเกษตรเวียงชัย จำกัด สาขาเวียงเชียงรุ้ง เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2561 ครั้งที่ 2 ณ สหกรณ์การเกษตรแม่สาย จำกัด เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2561 ครั้งที่ 3 ณ สหกรณ์การเกษตรเวียงแก่น จำกัด เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2561 ครั้งที่ 4 ณ สหกรณ์การเกษตรแม่สรวย จำกัด เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2561 ครั้งที่ 5 ณ สหกรณ์การเกษตรเวียงป่าเป้า จำกัด เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม ครั้งที่ 6 ณ สหกรณ์การเกษตรเมืองเชียงราย จำกัด สาขาสันทราย เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2561 ครั้งที่ 7 ณ สหกรณ์การเกษตรหงาวตับเต่า จำกัด (อ.เทิง) เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม และครั้งที่ 8 ณ สหกรณ์การเกษตรเมืองพาน จำกัด เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2561

ปรากฏว่าการจัด “ตลาดนัดข้าวโพดหลังฤดูทำนา” ทั้ง 8 ครั้ง ได้รับความสนใจจากเกษตรกรเข้าร่วมอย่างคึกคัก ช่วยให้เกษตรกรมีความรู้และความเข้าใจ ในขั้นตอนตั้งแต่การสมัครและยืนยันเข้าร่วมโครงการมากขึ้น เข้าใจขั้นตอนวิธีการดำเนินการของหน่วยงานราชการ ทีม 5 เสืออย่างชัดเจน เป็นการสร้างความมั่นใจให้กับเกษตรกรในด้านเงินทุนในการดำเนินการและมีตลาดรองรับแน่นอน และได้เอื้อให้เกษตรกรผู้เข้าร่วมโครงการฯ ได้รับประโยชน์สูงสุด และเป็น “เชียงรายโมเดล” ซึ่งเชื่อว่าการจัด “ตลาดนัดข้าวโพดหลังฤดูทำนา” ของจังหวัดเชียงรายนี้ จะสามารถใช้เป็นต้นแบบให้แก่จังหวัดอื่นๆ ในการขับเคลื่อน “โครงการส่งเสริมการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์หลังนา” ของรัฐบาลประสบความสำเร็จต่อไป